วัดพลัง! ช้างศึก vs โสมขาว แมตช์ชี้ชะตาลิ่วคัดบอลโลก 2026

20.03.24 | 08:08 น.

วัดพลัง! ช้างศึก vs โสมขาว แมตช์ชี้ชะตาลิ่วคัดบอลโลก 2026

ทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย มีภารกิจสำคัญในการบุกทำศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มซี นัดที่ 3 บุกเยือน “โสมขาว” เกาหลีใต้ ที่โซล เวิลด์คัพ สเตเดียม กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 21 มีนาคม 2567 ตามเวลาไทย 18.00 น. ซึ่งถือเป็นแมตช์ชี้ชะตาสำคัญของทีมชาติไทยในการต่อโอกาสผ่านเข้าสู่การคัดเลือกรอบต่อไป

มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นได้เรียกตัวนักเตะทีมชาติไทยชุดนี้ โดยยึดแกนหลักมาจากชุดเอเชี่ยนคัพ 2023 นำโดย “กัปตันอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ๊กซ้ายกัปตันทีม, นิโคลัส มิคเกลสัน แบ๊กขวาดาวรุ่งลูกครึ่งลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์, “ตังค์” สารัช อยู่เย็น, “เช็ค” สุภโชค สารชาติ, “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และ “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด หัวหอกดาวซัลโว

นอกจากนี้ ยังมีนักเตะที่คัมแบ๊กกลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้ง ทั้ง “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญที่หายเจ็บเป็นที่เรียบร้อย รวมทั้ง “ปก” ปกเกล้า อนันต์ มิดฟิลด์พันธุ์แกร่งที่หวนคืนทัพ เช่นเดียวกับ “ฟร้องซ์” ปรเมศย์ อาจวิไล ดาวยิงที่ระเบิดสุดยอดในไทยลีก อีกทั้งยังสร้างความฮือฮาได้จาก “ตี๋” บุญยเกียรติ วงค์ษาแจ่ม นายด่านสุดหล่อที่ติดทีมชาติไทยครั้ง

ส่วนขุมกำหลังรายอื่นจัดเต็ม ไล่เรียงจากตำแหน่งผู้รักษาประตู ปฏิวัติ คำไหม, สรานนท์ อนุอินทร์, กองหลัง พรรษา เหมวิบูลย์, เอเลียส ดอเลาะ, ศุภนันท์ บุรีรัตน์, สันติภาพ จันทร์หง่อม, กฤษดา กาแมน, สุพรรณ ทองสงค์, กองกลาง บดินทร์ ผาลา, วีระเทพ ป้อมพันธุ์, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์

Advertisement

ขณะที่ทีมชาติเกาหลีใต้ได้เปลี่ยนแปลงกุนซือ โดยประกาศปลด เยอร์เก้น คลินส์มันน์ โค้ชชาวเยอรมนี ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ หลังพาทีมตกรอบรองชนะเลิศ ศึกเอเชี่ยนคัพ 2023 ก่อนได้มีการแต่งตั้ง ฮวาง ซุน ฮง เฮดโค้ชเกาหลีใต้ รุ่นไม่เกิน 23 ปี ที่กำลังลุ้นโควต้าโอลิมปิกเกมส์ 2024 ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพดวลกับทีมชาติไทย 2 นัด

นักเตะโสมขาวชุดนี้ยังนำโดย 2 นักเตะซุปเปอร์สตาร์อย่าง ซน ฮึง-มิน จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ อี คัง-อิน จากปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ 2 ดาวเตะตัวเก่งของทีมที่ก่อนหน้านี้มีปัญหากันในแคมป์ทีมชาติตอนเอเชี่ยนคัพ 2023 ที่ผ่านมา แต่เคลียร์ใจกันแล้ว และมีชื่อติดทีมชาติเกาหลีใต้ในครั้งนี้ เช่นเดียวกับตัวหลักอย่าง คิม มิน-แจ ปราการหลังจากบาเยิร์น มิวนิก

ส่วนนักเตะเกาหลีใต้รายอื่นก็มาครบ ทั้ง โจ ฮยอน-อู ผู้รักษาประตูจากอุลซาน ฮุนได, คิม มุน-ฮวาน กองหลังจากอัล ดูฮาอิล, อี แจ-ซอง กองหลังจากไมนซ์, ฮวาง อิน-บอม กองกลางจากเรดสตาร์ เบลเกรด, จอง อู-ยอง กองกลางจากสตุ๊ตการ์ต, ฮง ฮยอน-ซอก กองกลางจากเกนท์, โช กยู-ซอง กองหน้าจากมิดทิลแลนด์ และจู มิน กยู ดาวยิงของอุลซาน ฮุนได

สำหรับสถิติการเจอกันระหว่าง ทีมชาติไทย vs เกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้เคยดวลกันมารวมทั้งหมด 72 นัด ปรากฏว่า เกาหลีใต้ ชนะได้มากถึง 47 นัด ขณะที่ทีมไทยชนะได้เพียง 12 นัด และเสมอกัน 13 นัด โดยนัดล่าสุดที่เจอกันต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2016 ซึ่งทีมชาติไทย แพ้ เกาหลีใต้ 0-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่สนามศุภชลาศัย ปทุมวัน กรุงเทพฯ

นักเตะทีมชาติไทยชุดนี้มีเพียง 4 คนที่เคยเผชิญหน้ากับเกาหลีใต้ในเกมนัดล่าสุดก็คือ ธีราทร บุญมาทัน, ปกเกล้า อนันต์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และสารัช อยู่เย็น ซึ่งในครั้งนี้จะมีโอกาสได้ดวลกับแข้งโสมขาวอีกครั้ง ในรายการสำคัญอย่างศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และยังเป็นแมตช์สำคัญหัวเลี้ยวหัวต่อสำหรับโอกาสในการผ่านเข้ารอบต่อไป

มาซาทาดะ อิชิอิ ระบุว่า การเจอกับเกาหลีใต้ทั้ง 2 นัดเราต้องการทำแต้มให้ได้มากที่สุด เรารู้ดีว่าเกาหลีใต้เป็นทีมอันดับ 1 ของเอเชีย ดังนั้นเราต้องการแต้มให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเกาหลีใต้จะมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชใหม่ แต่เราสนใจวิธีการเล่นของเรามากกว่า และอีกข้อคือการเปลี่ยนแปลงโค้ชก็ไม่รู้ว่าเกาหลีใต้จะเปลี่ยนไปแบบไหนบ้างฉะนั้นจะต้องเตรียมทีมให้ดีที่สุด

“ถึงแม้ว่าทีมชาติเกาหลีใต้จะเกิดปัญหาขึ้นในเอเชี่ยนคัพ 2023 แต่หน้าที่ของไทยก็คือเตรียมทีมให้ดีเท่านั้นเอง” กุนซือทัพช้างศึกกล่าว

ขณะที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า เกาหลีใต้ อันดับ 22 ของโลก สูงกว่าเราเกือบ 80 อันดับ ทำให้เป็นเกมที่ยากมาก และยิ่งเป็นเกมเยือนก็ยิ่งทำให้ยากขึ้นไปอีก แถมเกาหลีใต้ก็ไม่ได้ประมาทเรา เรียกผู้เล่นตัวหลักจากยุโรปมาทั้งหมดเลย แต่ก็มีการพูดคุยกับ โค้ชอิชิอิแล้วว่าเราเองก็มุ่งมั่น และทำงานหนัก เช่นเดียวกับนักเตะทุกคนที่พร้อมสู้เต็มที่ทั้งกายและใจ

“ยังเชื่อเสมอว่าฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ปฏิเสธว่าเกมนี้ยากมาก แต่เราก็ต้องสู้ด้วยความหวัง เพราะที่ผ่านมา จำได้ว่าทีมชาติไทย U19 ในชุดของชนาธิป (สรงกระสินธ์) ก็เคยพลิกเอาชนะ เกาหลีใต้ มาแล้ว 1-0 ในชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ก็หวังว่าอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง และอย่างน้อยถ้าเราได้ 1 แต้มจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก เหนือสิ่งอื่นใดแป้งอยากขอกำลังใจส่งให้ทีมชาติไทยกันเหมือนเดิม”

ด้าน “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กล่าวว่า สภาพร่างกายตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี พร้อมลงเล่นกับเกาหลีใต้ทั้งสองนัดได้ จากสถานการณ์ 2 นัดแรก ถึงแม้ว่าโอกาสมันจะเหลือแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ยังเป็นความหวังอยู่ สุดท้ายมันจะเหลือเท่าไหร่ก็อยู่ที่ตัวเรา เราอาจจะบุกไปชนะเกาหลีใต้หรือเสมอก็ได้ ไม่มีอะไรบอกอนาคตได้นอกจากตัวเราเองว่าเราจะพร้อมขนาดไหน

ชนาธิปยังกล่าวถึง ซน ฮึงมิน และอี คังอิน 2 นักเตะระดับโลกของเกาหลีใต้ว่า นักเตะไทยที่จะได้เจอกับเกาหลีใต้ทุกคนน่าจะตื่นเต้นและดีใจกันหมด เราอยากจะเอาชนะให้ได้ แม้ว่ามันจะดูเว่อร์ แต่เราก็พร้อมทำเพื่อชาติ และทำให้ดีที่สุด ส่วนจะเจาะยังไงคงต้องอยู่ที่การวางแทคติคของโค้ชอิชิอิด้วย

ถือเป็นแมตช์ใหญ่ของทีมชาติไทย รวมทั้งเป็นแมตช์ชี้ชะตาโอกาสในการเปิดทางไปสู่ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งแม้จะเป็นโจทย์ยากสุดหินในการวัดพลังกับแข้งโสมขาว แต่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของนักเตะไทยทุกคน หากสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลได้แล้ว

ส่วนผลการแข่งขันในท้ายที่สุดนั้นจะเป็นรางวัลตอบแทนความทุ่มเท