‘กรมพละ’เชื่อไทยเจ้าทองสกูลเกมส์-หวั่น’สิงคโปร์’โกยว่ายน้ำขึ้นมาเบียด

“บิ๊กนเร” นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า กรมพลศึกษาได้ติดตามผลงานของนักกีฬาจากการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2560 “ย่าโมเกมส์” ที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23-31 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อคัดเลือกหานักกีฬาที่มีแววดีนำไปติดทีมนักเรียนชุดส่งเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา “อาเซียนสกูลเกมส์” ครั้งที่ 9 ประจำปี 2560 ที่ประเทศสิงคโปร์ ในช่วงเดือนกรกฏาคมนี้ ซึ่งถึงเวลานี้ได้กำลังทำการคัดเลือกนักกีฬานักเรียนไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเอาไว้อยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายของทัพนักเรียนไทยในการแข่งขันอาเซียนสกูลเกมส์ ครั้งที่ 9 คือการป้องกันเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 5 เอาไว้ให้ได้ หลังจากครั้งล่าสุดในศึกอาเซียน สกูลเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2559 ทัพนักเรียนไทยครองเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 4 ด้วยการคว้าไป 56 เหรียญทอง 36 เหรียญเงิน และ 33 เหรียญทองแดง แต่ทั้งนี้ ทางเจ้าภาพสิงคโปร์ก็ได้ตั้งเป้าโกยเหรียญทองในชนิดกีฬาที่มีการชิงชัยเหรียญเยอะอย่างเช่น ว่ายน้ำ เพื่อเบียดแย่งเจ้าทองกับไทยอีกด้วย

“สิงคโปร์เขาตั้งเป้าคว้าเหรียญทองจากกีฬาว่ายน้ำ เพราะนักว่ายน้ำชุดใหญ่ของเขาอย่าง โจเซฟ สคูลลิ่ง เพิ่งคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิลได้ ทำให้สิงคโปร์มีความตื่นตัวในกีฬาว่ายน้ำกันอย่างมาก แต่ทางกรมพลศึกษาก็จะคัดเลือกนักกีฬาที่มีสถิติที่ดีไปแข่งขันสู้กับชาติคู่แข่ง ซึ่งนอกจากเจ้าภาพสิงคโปร์ที่เป็นคู่แข่งสำคัญแล้วก็ยังมีอินโดนีเซียเป็นอีกชาติที่พร้อมเบียดแย่งเจ้าเหรียญทองกับไทยด้วย” อธิบดีกรมพลศึกษากล่าว

อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวในตอนท้ายว่า ในช่วงเดือนมีนาคมนี้จะเดินทางไปร่วมประชุมกับฝ่ายเทคนิคกีฬาของคณะกรรมการจัดการแข่งขันสิงคโปร์ เพื่อหารือสรุปจำนวนชนิดกีฬาที่จะมีการชิงชัยในศึกอาเซียนสกูลเกมส์ ครั้งที่ 9 ซึ่งบางชนิดกีฬาที่ทัพนักกีฬานักเรียนไทยมีความหวังคว้าเหรียญรางวัล แต่เจ้าภาพอาจจะไม่บรรจุเข้าแข่งขัน โดยคาดว่าภายหลังจากประชุมจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังเชื่อว่ามั่นว่าด้วยความพร้อม และศักยภาพของทัพนักกีฬานักเรียนไทยจะสามารถป้องกันเจ้าเหรียญทองเอาไว้ได้อีกสมัยอย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้“เบนซ์” เปิดใจหลังให้ปากคำ 5 ชม.ไม่เกี่ยวค้ายา เผยยืมเงินบอย 6 ล้านซื้อลัมโบจริง (คลิป)
บทความถัดไปxXx 3 เลอะเทอะ ไร้สาระ แต่อาจเป็นโอกาสทองของ “โทนี จา”