‘ทีเจ’ จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ตั๋ว อลป.ประวัติศาสตร์จักรยานไทย
สมาคมกีฬากีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงหลังจากคว้า 5 โควต้าไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม 2567
ก่อนหน้านี้คว้าไป 4 โควต้าจาก ไทม์ไทรอัลบุคคลหญิง, โรดเรซหญิง, โรดเรซชาย, บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงชาย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับแจ้งข่าวดีเมื่อ “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ นักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นทีมชาติไทยที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการสองล้อไทย หลังจากสิ้นสุดการเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกนักปั่นเข้าร่วมชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ 2024 โดยได้โควต้าในประเภทคีรินชาย
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจาก “เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (เอซีเอฟ) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ ส่งจายไปฝังตัวที่ศูนย์ฝึกจักรยานโลก ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มายาวนานร่วม 2 ปีเต็ม

ในการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ ยูซีไอ เนชั่นส์คัพ 2024 สนามที่ 3 ที่เมืองมิลตัน ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 12-14 เมษายน ที่ผ่านมา จายสามารถฝ่าฟันเข้าถึงรอบรองชนะเลิศรายการคีริน โดยจบการแข่งขันในอันดับที่ 9 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก 480 คะแนน ทำให้คะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ทีมชาติไทยในในประเภทคีริน จากการประกาศของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) เมื่อวันที่ 15 เมษายน ไทยอยู่อันดับ 13 ของโลก มีทั้งสิ้น 2,949 คะแนน ทำให้คว้าโควต้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ทันที ซึ่งนอกเหนือจากการได้โควตาคีรินแล้ว จายยังได้สิทธิ์ลงแข่งขันรายการสปรินท์บุคคลโดยอัตโนมัติอีกรายการ
จาย อังค์สุธาสาวิทย์ เป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย เกิดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 ปัจจุบันอายุ 29 ปี จาย เป็นนักปั่นหนุ่มลูกครึ่งมีคุณพ่อเป็นคนไทยชื่อ วิวิธ อังค์สุธาสาวิทย์ แม่เป็นชาวออสเตรเลีย เติบโตและมีชีวิตส่วนใหญ่ที่ออสเตรเลีย เขาจึงถนัดและใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก แต่เขาถือพาสปอร์ต มีบัตรประชาชนคนไทย และพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย

จาย แจ้งเกิดในวงการจักรยานเมืองไทยครั้งแรกเมื่อตอนเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เขาสามารถคว้าเหรียญทองมาครองอย่างยิ่งใหญ่ในประเภทคีริน พร้อมกับช็อตที่แฟนกีฬาไทยจดจดกันได้ดีคือ การยกล้อหน้าเข้าเส้นชัยแบบเท่ห์ๆ
ทีเจ-จาย สนใจกีฬาจักรยานมาตั้งแต่วัยเด็ก เคยเป็นนักปั่นเยาวชนทีมชาติออสเตรเลีย ก่อนเลือกมารับใช้ประเทศตามสัญชาติของพ่อ โดยตั้งแต่อายุ 15 ปีเขาสนใจที่จะเข้าร่วมทีมชาติไทย ทั้งนี้ ก่อนไปแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2561 เขาประสบอุบัติเหตุจักรยานล้มระหว่างแข่งขันที่ฮ่องกง จาย ได้รักษาและดูตัวเองจนสามารถกลับมาร่วมการแข่งขันรายการที่ญี่ปุ่น ก่อนไปฝึกซ้อมที่สหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมพร้อมเข้าลงชิงชัยในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ บอกว่า โอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน 2024 กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกีฬาจักรยานไทยที่สามารถผ่านควอลิฟายได้ถึง 5 ที่นั่ง ใน 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทถนน ควอลิฟาย 3 ที่นั่งจากไทม์ไทรอัลบุคคลหญิง, โรดเรซหญิง และโรดเรซชาย ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ ควอลิฟาย 1 ที่นั่งจากบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงชาย และประเภทลู่ ควอลิฟาย 2 รายการคือคีรินกับสปรินท์บุคคล โดยเฉพาะในประเภทบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงชาย เป็นการผ่านควอลิฟายครั้งแรกนับตั้งแต่บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงบรรจุเข้าชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ตั้งแต่ปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ในขณะที่ประเภทลู่ นักปั่นไทยเคยเข้าร่วมชิงชัยครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1976 ที่เมืองมอลทรีล ประเทศแคนาดา และยังไม่เคยผ่านควอลิฟายนับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบการคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ สำหรับจายซึ่งกรำศึกมายาวนานเกือบ 1 ปีเต็มก็จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อพักผ่อนช่วงสั้น ๆ ระหว่างวันที่ 19 เมษายน – 5 พฤษภาคม จากนั้นก็จะเดินทางกลับไปยังศูนย์ฝึกจักรยานโลกประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่รับศึกโอลิมปิกเกมส์ 2024
นี่คือโควต้าใบสุดท้ายของวงการจักรยานไทยที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการกีฬาเมืองไทย


