โค้งสุดท้าย! ศึกฟุตบอลไทยลีก และบุนเดสลีก้า พีพีทีวี ยิงสด 4 แมตช์เดือด
พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ขนฟุตบอลให้ชมตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ ถ่ายทอดสดศึกไทยลีกคู่เดือดส่งท้ายฤดูกาล เวลา 19.00 น. “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ของตารางคะแนน มี 45 แต้ม จากการลงเล่น 27 นัด โดยนัดล่าสุดเรียกฟอร์มเก่งกลับมาสำเร็จ โดยบุกชนะ “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี 1-0 โดย ชนานันท์ ป้อมบุปผา ศูนย์หน้ารายใหม่ ที่เพิ่งย้ายเข้ามา กดไป 1 ประตู ทำให้ บีจี ปทุม เก็บ 3 แต้มสำคัญ และอยู่อันดับ 4 ต่อไป
ในครั้งนี้พวกเขาจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จงอางผยอง” ขอนแก่น ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 9 มี 32 แต้ม จากการลงเล่น 27 นัด และนัดล่าสุดก็พลิกนรกรอดจากความตายมาได้ ด้วยการเสมอ “แข้งเทพ” ทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด ไป 2-2 โดยพวกเขาโดนยิงนำก่อน 2 ประตู แต่ตีเสมอได้ในช่วงเวลาทดเจ็บ ทำให้ในนัดนี้พวกเขาต้องเน้นเพื่อหวังคว้าชัย เก็บ3 แต้ม ขึ้นสู่โซนบนของตารางให้ได้
หลังจากนั้น วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ต่อเนื่องกับไทยลีก ระหว่าง “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 6 มี 35 แต้ม จากการลงเล่น 27 นัด แต่สถิติ 5 นัดล่าสุดพวกเขาฟอร์มยังไม่ค่อยดีนัก หลังแพ้ 4 ชนะ 1 และนัดล่าสุดก็ยังเรียกฟอร์มเก่งกลับมาไม่สำเร็จ หลังเปิดบ้านแพ้ให้กับ เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ไป 1-0
โดยครั้งนี้พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 มี 43 แต้ม จากการลงเล่น 27 นัด คงสถิติ 5 นัดล่าสุดที่ยอดเยี่ยมมาก โดยสามารถ ชนะ 4 แพ้ 1 โดยนัดล่าสุดฟอร์มดีต่อเนื่อง เปิดบ้านถล่ม สุโขทัย เอฟซี ไป 5-0 โดยครั้งนี้พวกเขาจะเปิดเกมรุก พร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน เพื่อหวังเก็บ 3 แต้มในนัดนี้และแซง บีจี ปทุม เพื่อขึ้นไปอยู่อันดับ 4 แทน
ต่อด้วย เวลา 20.30 น. ข้ามฟากมาที่ ศึกบุนเดสลีก้า เมื่อ “เดอะ เรด บลู” แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมอันดับ 4 ของตาราง กับสถิติ 5 นัดล่าสุดที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะ 4 เสมอ 1 ยิงได้ 14 ประตู เสียเพียง 4 ประตูเท่านั้น แต่ในนัดล่าสุดพวกเขาบุกไปเสมอ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-1 เนื่องจากเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เพราะ ซาฟี ซีโมนส์ ดาวรุ่งเนื้อหอมที่ช่วงนี้กำลังฟอร์มดีถูกใบแดงออกจากสนาม ทำให้พวกเขาถูกยิงประตูตีเสมอในช่วงท้ายของเกม เลยพลาด 3 แต้มไปอย่างน่าเสียดาย และทำให้ถูก “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำคะแนนไล่จี้ขึ้นมาอยู่เพียง 3 แต้มเท่านั้น
และในนัดนี้คาดว่าพวกเขาจะต้องจัดเต็มพร้อมส่งตัวจริงลงเต็มพิกัดแน่นอน เพื่อจะคงอยู่อันดับ 4 ต่อไป โดยเสาร์นี้พวกเขาจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แวร์เดอร์ เบรเมน ทีมอันดับ 11 ที่ฟอร์มตอนนี้ยังไม่คงที่ โดย 5 นัดล่าสุดพวกเขา ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ทำให้นัครั้งนี้พวกเขาต้องการชนะเพื่อให้ได้แต้มขึ้นสู่โซนบนของตารางต่อไป
หลังจากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม เวลา 22.30 น. มาปิดท้ายสัปดาห์กับบุนเดสลีกา “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค อันดับ 2 ของตารางคะแนน นัดล่าสุดพลาดท่าแพ้ให้กับ สตุ๊ตการ์ท 3-1 ทำให้ตอนนี้พวกเขามีคะแนนนำ สตุ๊ตการ์ท ทีมอันดับ 3 เพียง 2 แต้มเท่านั้น ฉะนั้นในนัดนี้พวกเขาจะต้องเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะเก็บแต้ม และคงอยู่อันดับ 2 ต่อไป
ที่สำคัญครั้งนี้พวกเขาจะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ โวล์ฟสบวร์ก ที่ฟอร์มกำลังดีขึ้นต่อเนื่อง ด้วยการชนะ 3 นัดติดต่อกัน ยิงได้ 6 ประตูเสียแค่ 2 ประตู และนัดล่าสุดพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม หลังเปิดบ้านชนะ ดาร์มสตัดท์ 3-0 เหล่ากูรูจึงเชื่อว่าการที่ “เสือใต้’” บาเยิร์น มิวนิค โคจรมาเจอ โวล์ฟสบวร์ก ในช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่เกมง่ายอย่างแน่นอน

