‘เบ๊คกิลีกส์’ : ปฏิบัติการ ‘แฮก’ สะเทือน ‘แบรนด์เบ๊คแฮม’!

9.02.17 | 16:56 น.
เบ๊คแฮมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกพร้อมวิคตอเรีย ภรรยา หลังเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น OBE (แฟ้มภาพ Reuters)

เอ่ยชื่อ เดวิด เบ๊คแฮม อดีตนักเตะดังชาวเมืองผู้ดีซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นเซเลบริตี้ระดับเอ-ลิสต์ของโลก คนส่วนใหญ่คงนึกถึงอดีตกองกลางเท้าชั่งทองที่ตระเวนคว้าแชมป์ลีก 4 ประเทศ ไม่ก็คุณพ่อตัวอย่างและแฟมิลี่แมนสุดน่ารัก สามีของอดีต “พอช สไปซ์” วิคตอเรีย และคุณพ่อของลูกๆ 4 คน หรือไม่ก็ซุป’ตาร์คนดังเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาผู้ทำเงินมหาศาลจากสปอนเซอร์นอกสนาม

เรียกว่าเป็นสุภาพบุรุษที่สาวน้อยสาวใหญ่พากันฝันถึง ขณะที่หนุ่มๆ จำนวนไม่น้อยต่างก็อิจฉาหรือยกให้เป็นไอดอล

แต่แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ดีๆ ที่สร้างมาก็ต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อจู่ๆ ก็มีแฮกเกอร์นิรนามนำข้อมูลอีเมล การสื่อสารผ่านโซเชียล และเอกสารต่างๆ ของเบ๊คแฮมในระยะเวลา 3 ปี มาเปิดเผยจำนวนกว่า 18.6 ล้านชิ้น โดยปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ ฟุตบอลลีกส์ และสื่อดังของยุโรป อาทิ แดร์ สปีเกล, เลกิ๊ป และ เอล มุนโด้

เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า แฮกเกอร์กลุ่มนี้น่าจะเจาะข้อมูลสำนักงานใหญ่ของบริษัท โดเยน โกลบอล ในประเทศโปรตุเกสของ ไซม่อน โอลิเวียร่า ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์คนสนิทของเบ๊คแฮม เพื่อหวังแบล๊คเมล์อดีตแข้งดังเป็นเงินราว 1 ล้านปอนด์ (45 ล้านบาท)

บรรดาสื่อต่างตั้งชื่อข้อมูลที่รั่วออกมาเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ว่า “เบ๊คกิลีกส์” (Beckileaks) ซึ่งล้อมาจากเว็บ วิกิลีกส์ ที่มักจะนำข้อมูลเชิงลึกของทั้งภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ในประเทศต่างๆ มาเปิดเผย

Advertisement

และเช่นเดียวกับสารพัดข้อมูลที่เคยรั่วออกมาเมื่อในอดีต เบ๊คกิลีกส์ได้สร้างความเสียหายให้กับภาพลักษณ์ของ “แบรนด์เบ๊คแฮม” ครั้งใหญ่ เนื่องจากเนื้อหาการติดต่อสนทนาแบบส่วนตัวๆ ระหว่างหนุ่มเบ๊คส์กับคนสนิทนั้นย่อมต้องเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่มีกั๊ก หรือสร้างภาพใดๆ ทั้งสิ้น

คิดจะบ่นก็บ่น คิดจะด่าก็ด่า ไม่พอใจอะไรก็พูดออกมา และย่อมกระทบกับบุคคลที่ 3 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

สำหรับเนื้อหาที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกนั้น หลักๆ เกี่ยวกับเรื่องการโอกาสการเข้ารับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวิน เพื่อใช้คำนำหน้าชื่อว่า “เซอร์” ที่เบ๊คแฮมลุ้นจนตัวโก่ง

อีเมลเหล่านี้สื่อให้เห็นว่า เบ๊คแฮมผิดหวังและไม่พอใจที่โดนมองข้าม ทั้งที่ทุ่มเททำงานการกุศลให้กับองค์การ ยูนิเซฟ มานานหลายปี โดยโวยคณะกรรมการพิจารณาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสหราชอาณาจักรแบบหยาบคาย และดูถูกเครื่องราชฯชั้นรองๆ ว่าไม่มีความหมาย ตราบใดที่ไม่ใช่บรรดาศักดิ์อัศวิน

เบ๊คแฮมกับบทบาททูตของยูนิเซฟ (ภาพจาก Unicef)
เบ๊คแฮมกับบทบาททูตของยูนิเซฟ (ภาพจาก Unicef)

เนื้อหาในอีเมลสื่อทำนองว่า ที่เบ๊คแฮมร่วมงานการกุศลต่างๆ ก็เพื่อปูทางให้ตัวเองได้เป็นท่านเซอร์ แถมบ่นกับโอลิเวียร่าว่า ได้รับการติดต่อจากยูนิเซฟให้บริจาคเงินจำนวนหนึ่ง “แต่ผมไม่อยากทำ และจะไม่เอาเงินของตัวเองมาให้เด็ดขาด”

นอกจากนี้ เบ๊คแฮมยังพาดพิงบุคคลที่ 3 อย่าง แคทเธอรีน เจนกิ้นส์ นักร้องโอเปร่าหญิงชาวเวลส์ซึ่งได้รับเครื่องราชฯชั้นโอบีอี (Officer of the Most Excellent Order of the British Empire) ในปี 2014 ว่า เป็นเรื่องน่าขันมาก เพราะเจนกิ้นส์ได้เครื่องราชฯจากการร้องเพลงในการแข่งขันรักบี้และไปเยี่ยมทหารเท่านั้น แถมยังเคยมีประวัติเสียเรื่องเสพยาด้วย ซึ่งผู้จัดการของเจนกิ้นส์รีบออกมาตอบโต้ทันควันว่า นักร้องสาวได้รับเลือกจากผลงานในวงการดนตรีและงานการกุศล อีกทั้งประวัติการเสพยานั้นเกิดขึ้นในช่วงยังเป็นนักศึกษาก่อนจะเข้าวงการเพลง

ส่วนเนื้อหาอื่นๆ ที่ปรากฏในข้อมูลหลุดซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น พบว่า เบ๊คแฮมพยายามใช้อินตราแกรมกดดันและเดินเกมเรื่องให้ตัวเองได้เป็นเซอร์อยู่นานมาก และทีมงานก็วางแผนจะส่งเขาไปทัวร์อวกาศกับเอกชนเพื่อหวังผลด้านประชาสัมพันธ์และดึงดูดสปอนเซอร์ด้วย

อย่างไรก็ตาม โอลิเวียร่ายืนยันว่า เนื้อหาบางส่วนที่ปรากฏต่อสาธารณะถูกบิดเบือนจนผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง พร้อมเปิดเผยด้วยว่า แฮกเกอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า อาร์เต็ม โลวูซอฟ ติดต่อเบ๊คแฮมขอค่าปิดปาก 1 ล้านปอนด์ตั้งแต่เมื่อปีก่อน แลกกับการไม่นำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผย โดยขู่ว่าเนื้อหานั้นอันตรายกว่าที่เขาจะคาดคิดได้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม เบ๊คแฮมไม่ยอมจ่ายเงินก้อนดังกล่าว และเมื่อข้อมูลเปิดเผยออกมา ทีแรกเขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ของจริง ก่อนจะยอมรับในภายหลังแต่ชี้แจงว่าอีเมลที่โวยคณะกรรมการพิจารณาเครื่องราชฯนั้น เขียนขึ้นหลังจากพลาดหวังจึงกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธและผิดหวัง และตอนนี้เบ๊คแฮมกับทีมงานได้ว่าจ้างบริษัท มาร์เคลย์ แอสโซซิเอตส์ ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางโลกไซเบอร์ให้ตามล่าตัวแฮกเกอร์รายนี้แล้ว

ด้านยูนิเซฟออกแถลงการณ์ปกป้องอดีตแข้งดังว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เบ๊คแฮมก็ทุ่มเททำงานเพื่อเด็กๆ ทั่วโลกมาโดยตลอด และตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา โครงการที่เบ๊คแฮมมีส่วนร่วมก็ระดมทุนได้ถึง 4.3 ล้านปอนด์ (193.5 ล้านบาท) แล้ว

ขณะที่สื่อเมืองผู้ดีก็พยายามเกาะติดข่าวอย่างเต็มที่ โดยระบุว่ากรณีอื้อฉาวนี้คงสั่นสะเทือน “แบรนด์” ของเบ๊คแฮมไปพอสมควร แต่อย่างมากก็แค่ลดมูลค่าเท่านั้น ยังไม่ถึงกับพังทลายจนกู้คืนไม่ได้แต่อย่างใด ขณะที่ครอบครัวก็ดูจะให้กำลังใจคุณพ่อคนดังอย่างเต็มที่ เช่น บรู๊กลิน ลูกชายคนโตโพสต์อินสตาแกรมภาพเบ๊คแฮมกอด ฮาร์เปอร์ น้องสาวคนสุดท้องของครอบครัวอย่างรักใคร่ ส่วนวิคตอเรียซึ่งบินไปนิวยอร์กเรื่องงานก็สวมทั้งแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานที่มือทั้ง 2 ข้างแทนกำลังใจ

สื่อบอกด้วยว่า หลังจากได้เครื่องราชฯชั้นโอบีอีในปี 2003 แล้ว เบ๊คแฮมก็เฉี่ยวๆ จะได้บรรดาศักดิ์อัศวินหลายครั้ง โดยเฉพาะในปี 2014 ที่โดนมองข้าม แต่พอเกิดกรณีอีเมลหลุดขึ้นมา เขาก็ปรารภกับเพื่อนสนิทว่า ทำใจว่าคงต้องรอจนถึงอายุ 50 กว่าค่อยลุ้นรับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวิน ส่วนปฏิกิริยาการแสดงออกต่างๆ ที่ปรากฏในข่าวนั้นก็สะท้อนให้เห็นว่า เขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งซึ่งรู้สึกผิดหวังเท่านั้นเอง

…แต่เพราะเป็นคนดัง คำพูด (ที่ควรเป็นส่วนตัว) นั้น ก็เลยดังกว่าคนทั่วๆ ไปนั่นเอง