หน้าแรก กีฬา มวย คิกออฟ ‘ต้นกล...

คิกออฟ ‘ต้นกล้ามวยไทย’ สอน 23 โรงเรียน ‘ชัชชาติ’ หวังดันเข้าหลักสูตรกทม.

28.05.24 | 15:13 น.

คิกออฟ ‘ต้นกล้ามวยไทย’ สอน 23 โรงเรียน ‘ชัชชาติ’ หวังดันเข้าหลักสูตรกทม.

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันเปิดโครงการ MUAYTHAI FOR ALL หรือ ต้นกล้ามวยไทย ที่โรงเรียนวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม

สำหรับโครงการ MUAYTHAI FOR ALL หรือ ต้นกล้ามวยไทย เป็นการส่งเสริมครูมวยไทย ที่จบหลักสูตรมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทย และผ่านการทดสอบสมรรถนะกีฬามวยไทย ให้ได้มีพื้นที่ในการฝึกสอนกีฬามวยไทยขั้นพื้นฐานในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังเป็นการพัฒนามาตรฐานทางด้านกีฬามวยไทยระดับพื้นฐาน สู่เยาวชนของชาติ อันเป็นหนึ่งในกระบวนการขับเคลื่อนกีฬามวยไทย “มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์” ของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ที่กำลังเดินหน้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง

ผศ.พิมล กล่าวว่า ดีใจที่โครงการต้นกล้ามวยไทยได้เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการ นำมวยไทยที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์เข้าถึงประชาชนน โดยไม่ได้มีเพียงโรงเรียนวัดธาตุทองแต่ยังมีอีก 22 โรงเรียนที่เปิดพร้อมกันนำครูมวยเข้ามาสอน แต่ละโรงเรียนจะมีสอนสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 เทอม ซึ่งหลังจบเทอมรวมทั้ง 23 โรงเรียน คาดว่าจะได้นักเรียนที่เรียนมวยทั้งสิ้น 1,000 กว่าคน จากนั้นก็จะมาดูว่าต้องเพิ่มเติมอะไรบ้างและขยายวงให้กว้างขึ้นจนถึง 100 โรงเรียนต่อไป

“ในการสอนไม่ใช่แค่ช่วยให้ห่างไกลยาเสพติด, ออกกำลังกาย หรือเป็นศิลปะป้องกันตัว แต่ยังสอนทั้งประวัติศาสตร์, ที่มาที่ไป, หรือจริยธรรมของการเป็นนักมวย เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจวัฒนธรรมไทยอีกด้วย”

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า โครงการนี้จะมีระยะเวลาเท่าไหร่นั้น ผศ.พิมล กล่าวว่า จะดำเนินการไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่รัฐบาลชุดนี้ยังอยู่ก็จะทำต่อไป ขยายผลไปเรื่อยๆ อย่าลืมว่านี่คือจุดเริ่มต้น จากนี้จะขยายไปจังหวัดอื่นๆ ต่อ ถ้าจังหวัดไหนพร้อมสามารถแจ้งเข้ามาได้เลย ทางคณะกรรมการพร้อมส่งมวยไทยไปยังทุกที่

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องขอบคุณผศ.พิมล เพราะนี่เป็นการขับเคลื่อนด้านซอฟต์พาวเวอร์อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมที่สุดภายใน 3 เดือนเท่านั้น การจะให้เด็กๆ ได้รู้จักมวยไทยต้องเริ่มจากโรงเรียนแบบนี้ นอกจากนี้ยังฝึกให้มีระเบียบวินัย ความเข้าใจกัน มีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเป็นพลเมืองที่ดี

“ในอนาคตก็อยากขยายให้ได้ 200 โรงเรียน จาก 400 โรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของกทม. โดยเราพร้อมส่งเสริมการกีฬาอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราเรียนกีฬาต่างประเทศมาโดยตลอด ครั้งนี้ก็จะเป็นการส่งเสริมกีฬาไทยด้วย นอกจากนี้ยังมองว่านี่จะเป็นตัวกระตุ้น เพื่อนำไปต่อยอดในการผลักดันเข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนในอนาคตได้” นายชัชชาติ กล่าวปิดท้าย