ฟันโทษปรับเงิน เมืองทอง 30,000 บาท หลังแฟนร้องเพลงตะโกนด่าบุรีรัมย์
คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน ได้พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันฟุตบอล และเรื่องร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน โดยมีผลการพิจารณาบทลงโทษ ประกอบด้วย เรื่องพิจารณาลงโทษสโมสร จำนวน 3 เรื่อง และเรื่องพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน จำนวน 1 เรื่อง ตามรายละเอียด ดังนี้
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการรีโว่ คัพ (รอบรองชนะเลิศ) วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด
– เหตุการณ์ ก่อนเริ่มการแข่งขัน กองเชียร์สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่นั่งอยู่อัฒจันทร์โซน S ร้องเพลงตะโกนด่าสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย อย่างพร้อมเพียง ปรากฏคลิปในสื่อออนไลน์
– ผลพิจารณาโทษ ลงโทษกองเชียร์สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 30,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย
2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการรีโว่ คัพ (รอบรองชนะเลิศ) วันที่ 22 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี
– เหตุการณ์ ก่อนการแข่งขัน กองเชียร์สโมสรการท่าเรือ เอฟซี และกองเชียร์สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้จุดพลุบริเวณลานจอดรถของทีมตน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยปรากฏภาพเหตุการณ์กองเชียร์แต่ละทีมที่จุดพลุอย่างชัดเจน
– ผลพิจารณาโทษ ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงินสโมสรละ 30,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน แต่อยู่ภายนอกอัฒจันทร์ที่นั่งในช่วงเวลาก่อนเริ่มการแข่งขัน
3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการ “ไฮลักซ์ รีโว่ ไทยลีก” ไทยลีก 1 วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรสุโขทัย เอฟซี พบ สโมสรลำพูน วอริเออร์
– เหตุการณ์ หลังจบการแข่งขัน กองเชียร์สโมสรสุโขทัย เอฟซี ทางด้านอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ ได้ทำการจุดพลุแฟร์บนอัฒจันทร์ 2-3 ดอก และได้ขว้างลงมาด้านหลังประตูฟุตบอล เกิดควันในสนาม เช่นเดียวกับ กองเชียร์สโมสรลำพูน วอริเออร์ ที่อยู่อัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้ได้จุดพลุแฟร์ขึ้นในกลุ่มกองเชียร์ตัวเอง
– ผลพิจารณาโทษ 1) ลงโทษกองเชียร์ทั้งสองสโมสร มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.3 ปรับเงิน 60,000 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน และจุดบนอัฒจันทร์ที่นั่ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ชมทั่วไปที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
2) ลงโทษสโมสรสุโขทัย เอฟซี ในฐานะทีมเหย้า มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (1) ปรับเงิน 30,000 บาท บกพร่องในการตรวจเช็คหรือควบคุม ปล่อยให้กองเชียร์นำวัสดุต้องห้ามหรือพลุเข้าไปในอัฒจันทร์ที่นั่งของทีมเหย้าและทีมเยือน
การพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน
การแข่งขันฟุตบอลรายการไทยลีก 2
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรนครศรี ยูไนเต็ด พบ สโมสรระยอง เอฟซี (สโมสรระยอง เอฟซี ร้องเรียน 5 เหตุการณ์)
– เหตุการณ์ที่ 1 ในนาทีที่ 68 ผู้เล่นหมายเลข 55 สุวัฒน์ จันทร์บุญภา สโมสรระยอง เอฟซี ทำการสไลด์ตัวไปโดนที่ลูกบอลก่อน และจังหวะต่อเนื่องได้ไปสัมผัสโดนบริเวณขาซ้ายของผู้เล่นหมายเลข 98 ศิวรุต ผลหิรัญ สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด จนล้มลงไปในกรอบเขตโทษ ซึ่งในจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาล์วและให้เป็นลูกโทษกับสโมสรนครศรี ยูไนเต็ด
– ผลการพิจารณา ลงโทษนายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากเป่าให้จุดโทษ ทั้งที่ ไม่เป็นการฟาล์วโดยเล่นบอลก่อน และไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับอันตราย Normal Football Contact / Fair Challenges
– เหตุการณ์ที่ 2 ในนาทีที่ 73 ผู้เล่นหมายเลข 10VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด ได้เลี้ยงบอลมาเข้าทางผู้เล่นหมายเลข 5 วสุศิวกิจ ภูสีฤทธิ์ สโมสรระยอง เอฟซี ในจังหวะต่อมาเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น ซึ่งในจังหวะนี้ผู้ตัดสินได้เป่าให้ฟาล์วกับผู้เล่นสโมสรนครศรี ยูไนเต็ด
– ผลการพิจารณา พฤติกรรมของผู้เล่นหมายเลข 5 วสุศิวกิจ ภูสีฤทธิ์ สโมสรระยอง เอฟซี ได้ใช้ลำตัวกีดขวางทำให้เกิดการปะทะกันโดยที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ตามไปเล่นบอลต่อได้ จึงเป็นการกระทำผิดกติกาข้อ 12 ให้เตะโทษโดยตรงหากมีการกีดขวางการเล่นที่มีการสัมผัส นายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง
– เหตุการณ์ที่ 3 ในนาทีที่ 77 ผู้เล่นหมายเลข 23 พงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี พยายามจะแย่งชิงบอลจาก ผู้เล่นหมายเลข 10 VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด แต่เท้าซ้ายของผู้เล่นหมายเลข 23 พงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี ได้ไปเหยียบโดนที่บริเวณน่องซ้ายของผู้เล่นหมายเลข 10 VALDOMIRO SOARES EGGRES สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด ซึ่งในจังหวะนี้ผู้ตัดสินได้เป่าฟาล์วและให้ใบแดงกับผู้เล่นหมายเลข 23 พงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี
– ผลการพิจารณา พฤติกรรมของผู้เล่นหมายเลข 23 พงศกร ตาคำ สโมสรระยอง เอฟซี ใช้เท้าซ้ายเหยียบไปที่บริเวณน่องซ้าย ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน และก่อให้เกิดอันตรายต่อฝ่ายตรงข้าม เป็นความผิดตามกติกาข้อ 12 serious foul play นายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง ที่ให้ใบแดง
– เหตุการณ์ที่ 4 ในนาทีที่ 88 ผู้เล่นหมายเลข 64 อภิวัฒน์ หารใจ สโมสรระยอง เอฟซี ได้ครอบครองบอลแต่ถูกผู้เล่นหมายเลข 31 วันเฉลิม ยิ่งยง สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด สไลด์มาจากด้านหลังทั้งคนทั้งบอล จนผู้เล่นหมายเลข 64 นายอภิวัฒน์ หารใจ สโมสรระยอง เอฟซี ล้มลงไป ซึ่งในเหตุการณ์นี้ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้ฟาล์วแต่อย่างใด
– ผลการพิจารณา พฤติกรรมของผู้เล่นหมายเลข 31 วันเฉลิม ยิ่งยง สโมสรนครศรี ยูไนเต็ด เข้าแย่งชิงจากด้านหลังแต่ขาขวาได้เหยียดเล่นที่ลูกบอลก่อนแล้วจึงมีการไถลลำตัวไปกับพื้น ไม่สามารถหยุดยั้งได้ทำให้ไปปะทะถูกขาของผู้เล่นหมายเลข 64 อภิวัฒน์ หารใจ สโมสรระยอง เอฟซี ล้มลง ซึ่งเป็นธรรมชาติของการแย่งชิงบอล ไม่มีการทำผิดกติกาของผู้เล่น ถือว่าเป็นการตัดสินที่ถูกต้องเพราะตาม Key Factors ที่ FIFA อธิบายกติกาเป็น Normal Football Contact / Fair Challenges • Ball First ไม่เป็นการฟาล์ว โดยเล่นบอลก่อน และไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับอันตราย นายชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง
– เหตุการณ์ที่ 5 ตั้งแต่ในนาทีที่ 75 ฝนเริ่มตกหนัก มีทั้งลมและเสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆ ทั้ง 2 ทีมไม่สามารถเล่นฟุตบอลกันได้ ฟุตบอลตกพื้นไม่มีการกระเด้ง ไม่สามารถส่งบอลที่เป็นปกติได้ จากการถ่ายทอดสดยังมองแทบไม่เห็นว่าใครเป็นใคร แต่ทางผู้ตัดสินยังปล่อยให้เกมดำเนินต่อ จนเหตุการณ์ไฟดับแม้จะกลับมาได้ทันตามกฎที่ระบุไว้ ทางสโมสรระยอง เอฟซี ไม่เห็นด้วยกับการแข่งขันต่อ โดยไม่คำนึงความปลอดภัยของนักกีฬา รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมงานที่อยู่ในสนาม
– ผลการพิจารณา ผู้ตัดสินแจ้งว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น นักกีฬาทั้งสองทีมยังคงสามารถดำเนินการแข่งขันต่อได้ ผู้ตัดสินจึงพิจารณาให้เล่นต่อไป และในช่วงนาทีที่ 80 มีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเกิดขึ้น ผู้ตัดสินจึงสั่งหยุดการเล่นชั่วคราว และหลังกลับไปลงแข่งขันต่อ ฝนก็เริ่มตกน้อยลง จึงไม่ได้สั่งหยุดหรือยกเลิกการแข่งขัน เป็นไปตามกติกาข้อ 5 Outside interference นายชัยฤกษ์ งามสม ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง

