สุวัจน์ชี้เจ็ตสกี WGP#1 ปลายปีนี้ สร้างรายได้หมุนเวียนในไทย 800 ล.
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ในฐานะประธานโครงการทัวร์นาเมนต์เจ็ตสกีสัญชาติไทย WGP#1 เปิดเผยว่า ได้เห็นการพัฒนาของกีฬาเจ็ตสกี WGP#1 มาแล้วหลายปี ตั้งแต่เจ็ตสกีไทยยังเล็กๆ ทำตามฝรั่งต่างชาติที่เข้ามาควบคุมการจัดทัวร์นาเมนต์ทุกอย่าง พัฒนาถึงวันนี้ คนไทยขึ้นมาควบคุมการบริหารกีฬาเจ็ตสกีโลก และกลับกันเป็นสมาคมเจ็ตสกีโลก สหรัฐอเมริกา ยุโรป สมาคมกีฬาเจ็ตสกีนานาชาติทั่วโลก ที่ต้องฟังนโยบายจากไทย สิ่งนี้เป็นการพัฒนากีฬาที่มีมูลค่าอย่างสูงยิ่ง ปีนี้ เราจะตั้งเป้าเป็นมหกรรมกีฬานานาชาติแบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำทีมนักกีฬาต่างชาติเข้ามาเมืองไทยมากกว่า 4,000 คน ซึ่งกับกีฬาเจ็ตสกีนั้น ต้องส่งเรือแข่งเข้ามา ส่งอุปกรณ์ ทีมงานจำนวนมาก มาอยู่ในเมืองไทยเฉลี่ยกว่า 14 วัน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวกว่า 200,000 บาท ปลายปีนี้ WGP#1 จะสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 800 ล้านบาท เฉพาะกลุ่มนักกีฬา
นายสุวัจน์กล่าวอีกว่า นอกจากไทยจะเป็นศูนย์กลางเจ็ตสกีของโลกแล้ว ไทยจะขยับตัวสู่ศูนย์กลางเวทีการค้าโลก โดยจัดงานแสดงเปิดตัวเจ็ตสกีรุ่นใหม่ล่าสุดของโลกทุกๆปี และการจัดประชุมสัมมนา ต่อยอดให้คนในอุตสาหกรรมกีฬานี้ของโลก เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้น ขณะนี้แบรนด์ผู้ผลิตเจ็ตสกีทั้ง 3 รายใหญ่ของโลก เช่น คาวาซากิ, ซีดู และยามาฮ่า ตอบรับแล้ว นั่นเพราะไทยมีจุดขายโชว์เคส ที่ดีที่สุดในโลก ได้เห็นสมรรถนะเรือเจ็ตสกีที่แชมป์โลกขับ เป็นเวทีสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาเจ็ตสกีไทยขยายตัวการส่งออกสู่ตลาดโลกด้วย
นายสุวัจน์กล่าวต่อว่า กีฬาเจ็ตสกี WGP#1 มาถึงจุดนี้ได้ คือคำตอบว่า เหตุใดต้องออกไปแข่งขันสร้างความเชื่อถือบนเวทีโลก การไปสร้างโรดโชว์ หรือเวิลด์ทัวร์เป็นงานที่ยาก เพราะต้องแข่งกับต่างชาติ แต่ก็จำเป็นต้องทำ ถ้าทำสำเร็จจะเห็นว่า งานด้านทรัพย์สินทางปัญญากีฬา สร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติได้มากมาย นี่คือซอฟต์พาวเวอร์อย่างแท้จริง อย่าไปมองว่าเจ็ตสกีเป็นกีฬาคนรวย อันนี้ผิดจุด ทั้งๆที่กีฬานี้มีนักกีฬาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่ได้รับโอกาสจากเจ้าของทีมจำนวนมาก เหมือนโมโตจีพี ขอให้มองให้ชัดเจนว่า นี่คือ วัตถุดิบสร้างซอฟต์พาวเวอร์ที่สามารถมีผลกับตลาดโลก
ผมขอเน้นว่า ถ้าเราสามารถทำงานนี้ให้เป็น มหกรรมกีฬานานาชาติ แบรนด์ไทย ที่ดึงดูดทีมกีฬาต่างประเทศเข้ามาได้ระดับ 4,000-5,000 คน บางกิจกรรมต้องไปเสียเงินซื้อลิขสิทธิ์ให้ต่างประเทศระดับ 400-500 ล้านบาท หรือ 1,000 ล้านบาท ถ้าเทียบกันแล้ว กิจกรรม WGP#1 จึงเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมากในหลายด้าน”

