รวมทุกข้อมูลที่น่าสนใจ คัมภีร์ก่อนดู ยูโร2024
การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจที่อยากให้รับรู้กันก่อน เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเชียร์ทีมรักกัน
เจ้าภาพและวันแข่งขัน
ยูโร เวอร์ชั่น 2024 จะแข่งขันที่ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม ซึ่งห่างจากครั้งก่อนเพียง 3 ปี เพราะการที่ยูโร 2020 ต้องเลื่อนแข่งขัน 1 ปี เป้นปี 2021 เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19
นับเป็นครั้งแรกที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพยูโร หลังจากมีการรวมประเทศกันในปี 1990 ก่อนหน้านั้นเคยจัดที่เยอรมนีตะวันตก ในปี 1998

สังเวียนฟาดแข้ง
เจ้าภาพใช้สนามแข่งขันทั้งหมด 10 สนามด้วยกัน และ 9 จาก 10 สนามเคยใช้ฟาดแข้งฟุตบอลโลก 2006 ที่เมืองเบียร์เป็นเจ้าภาพมาแล้ว
10 สนาม ได้แก่ โอลิมปิก สเตเดียม กรุงเบอร์ลิน 71,000 ที่นั่ง / โคโลญจน์ สเตเดียม เมืองโคโลญจน์ 43,000 ที่นั่ง / บีวีบี สเตเดียม เมืองดอร์ทมุนด์ 62,000 ที่นั่ง / ดุสเซลดอร์ฟ อารีน่า เมืองดุสเซลดอร์ฟ 47,000 ที่นั่ง / แฟรงก์เฟิร์ต อารีน่า เมืองแฟรงก์เฟิร์ต 47,000 ที่นั่ง / เอาฟ์ชาลเก้ อารีน่า เมืองเกลเซนเคียร์เช่น 50,000 ที่นั่ง / โฟล์กปาร์ก สเตเดียม เมืองฮัมบูร์ก 49,000 ที่นั่ง / ไลป์ซิก สเตเดียม เมืองไลป์ซิก 40,000 ที่นั่ง / มิวนิก ฟุตบอล อารีน่า เมืองมิวนิก 66,000 ที่นั่ง / สตุ๊ทการ์ท อารีน่า เมืองสตุ๊กการ์ท 51,000 ที่นั่ง
มิวนิก ฟุตบอล อารีน่า เป็นสนามที่จะใช้แข่งขันยูโร 2 ครั้งติดต่อกัน หลังจากในยูโร 2020 ก็เคยเป็นสังเวียนฟาดแข้งมาแล้ว เนื่้องจากตอนนั้นสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า) ได้ให้หลายเมืองในยุโรปเป็นเจ้าภาพ รวมทั้งนครมิวนิกด้วย

ทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน
ยูโร 2024 มีทีมเข้าร่วม 24 ทีม แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ฟาดแข้งทั้งหมด 51 แมตช์
กลุ่มเอ : เยอรมนี, สกอตแลนด์, ฮังการี, สวิตเซอร์แลนด์ / กลุ่มบี : สเปน, โครเอเชีย, อิตาลี, แอลเบเนีย / กลุ่มซี : สโลวีเนีย, เดนมาร์ก, เซอร์เบีย, อังกฤษ / กลุ่มดี : โปแลนด์, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย, ฝรั่งเศส / กลุ่มอี : เบลเยียม, สโลวาเกีย, โรมาเนีย, ยูเครน / กลุ่มเอฟ : ตุรกี, จอร์เจีย, โปรตุเกส, เช็ก
จอร์เจียเป็นทีมเดียวในยูโรครั้งนี้ ที่คว้าโควต้ามาแข่งขันเป็นครั้งแรก

ทีมใหญ่ที่หายไป
ทีมชั้นนำและแชมป์เก่า 4 สมัยหลังสุด คือ สเปน(2 ครั้ง), โปรตุเกส, อิตาลี เข้ามาแข่งขันพร้อมหน้าพร้อมตา หรือแม้แต่อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ ก็มาลุ้นแชมป์กันครบ
ทีมที่หายไป คือ สวีเดน ที่ไม่ได้มาลุยเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ยูโร 1996 ทั้งๆ ที่เป็นทีมมาตรฐานสูง มีนักเตะชื่อดังหลายคน โดยเฉพาะ อเล็กซานเดอร์ อิซัก กองหน้าฝีเท้าคม เช่นเดียวกับนอร์เวย์ ที่มีทั้ง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, มาร์ติน โอเดการ์ด แข้งระดับท็อปจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่กลับไม่ได้ไปโชว์ฝีเท้าที่เยอรมนี

ทีมเต็งแชมป์
จากการประเมินว่าที่แชมป์ทั้งบ่อนพนันถูกกฎหมายในต่างประเทศ และซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่นำเอาข้อมูลของแต่ละทีมมาประเมิน ต่างยกให้อังกฤษเป็นเต็ง 1 และฝรั่งเศสเป็นเต็ง 2 เหมือนกัน
“อ็อปต้า” บริษัทด้านข้อมูลกีฬาชื่อดัง นำเอาข้อมูลของแต่ละทีมที่จะแข่งขันในยูโร 2024 มาให้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์คำนวณโอกาสการคว้าแชมป์ของทั้ง 24 ทีม ผลปรากฏว่า อังกฤษเป็นเต็ง 1 ที่โอกาสเป็นแชมป์ 19.9 เปอร์เซ็นต์ เต็ง 2 ฝรั่งเศส 19.1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ “เจ้าภาพ” เยอรมนี เป็นเต็ง 3 โอกาส 12.4 เปอร์เซ็นต์
เต็ง 4 สเปน 9.6 เปอร์เซ็นต์ เต็ง 5 โปรตุเกส 9.2 เปอร์เซ็นต์ เต็ง 6 เนเธอร์แลนด์ 5.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วน “แชมป์เก่า” อิตาลี เป็นเต็ง 7 ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทีมที่มีโอกาสได้แชมป์น้อยที่สุด คือ จอร์เจีย 0.1 เปอร์เซ็นต์

ใครจะคว้าดาวซัลโว?
บ่อนพนันถูกกฎหมายในต่างประเทศยกให้ คีเลียง เอ็มบัปเป้ ดาวยิงฝรั่งเศสเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าตำแหน่งดาวซัลโวในยูโรหนนี้ ที่อัตราแทง 2 จ่าย 9 / เต็ง 2 แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ) แทง 1 จ่าย 5 / เต็ง 3 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส) แทง 1 จ่าย 14 / เต็ง 4 โรเมลู ลูกากู (เบลเยียม) แทง 1 จ่าย 20 / เต็ง 5 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ฝรั่งเศส) แทง 1 จ่าย 25 / เต็ง 6 อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) แทง 1 จ่าย 29 / เต็ง 7 ฟิล โฟเด้น (อังกฤษ) แทง 1 จ่าย 26 /
ปฏิเสธได้ยากว่าเอ็มบัปเป้ทำผลงานในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกมาได้ดีในหลายทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2018 ยิง 4 ประตู ยูโร 2020 ยิงไม่ได้และทีมตกรอบไว ฟุตบอลโลก 2022 ซัดไป 8 ประตูและเป็นดาวซัลโว ไม่นับรวมผลงานกับปารีส แซงต์แชร์แมง ที่ยิงกระจายจนเป็นดาวซัลโวลีกเอิง 6 ซีซั่นติดต่อกัน
เคนก็โชว์ฟอร์มเยี่ยมกับบาเยิร์น มิวนิก ในการย้ายไปฤดูกาลแรกได้เช่นกัน และยิงประตูในทัวร์นาเมนต์ใหญ่จนพิสูจน์ว่าเป็นดาวยิงระดับโลกไปแล้ว ส่วนโรนัลโด้ถึงแม้จะอยู่กับอัล นาสเซอร์ ในซาอุดี โปรลีก แต่ก็ยังถล่มประตูให้ทีมได้ แม้จะไม่ค่อยได้รับเครดิตเท่าเดิมก็ตาม

ลูกฟุตบอล
อาดิดาสได้ออกแบบและผลิตลูกบอลสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ออกมาในชื่อ “Fussballliebe” หรือที่แปลว่า “ฉันรักฟุตบอล” ออกแบบจากแรงบันดาลใจที่ฟุตบอลสร้างความสนุกและพลัง
วัสดุใช้โพลีเอสเตอร์จากการรีไซเคิล ไฟเบอร์จากข้าวโพด อ้อย เยื่อไม้ และน้ำหมึกที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ยืนยันว่ารักษ์โลกมากกว่าลูกบอลอื่นๆ ที่อาดิดาสเคยผลิตมา
นอกจากรักษ์โลกแล้ว ยังมีเทคโนโลยีที่ใส่ในลูกบอลสามารถส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยในเรื่องการตัดสินเรื่องล้ำหน้าและแฮนด์บอลได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

