‘กัปตันเป้’ หนุนเยาวชนใช้สิทธิเลือกตั้งฝรั่งเศส ขวางพวกสุดโต่งขึ้นสู่อำนาจ
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ นักฟุตบอลดาวดัง กัปตันของทีมชาติฝรั่งเศส ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมายืนหยัดต่อต้านพรรคที่มีแนวคิดหัวรุนแรง ในการรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาของฝรั่งเศสที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
เมื่อต้นเดือนมิถุนายน นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ประกาศยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนครบวาระ ภายหลังจากชัยชนะของพรรคขวาจัดของนางมารีน เลอเปน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรป แต่โพลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าพรรคแนวร่วมสายกลางของเขาอาจแพ้ให้แก่พรรคฝ่ายขวาจัด
เอ็มบัปเป้ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนเกมการแข่งขันระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสและออสเตรียในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ให้ชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 ที่ประเทศเยอรมนีคืนวันที่ 17 มิถุนายน เรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวฝรั่งเศสวัยหนุ่มสาวให้ออกไปใช้สิทธิและปฏิเสธกลุ่มคนที่เขาเรียกว่า “พวกหัวรุนแรง” ซึ่งมีการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น “ประตูสู่อำนาจ”
“เรามีโอกาสที่จะเลือกอนาคตของประเทศ และเราต้องเน้นย้ำถึงความสำคัญของหน้าที่นี้” เอ็มบัปเป้กล่าวเสริม แต่กองหน้าสัญชาติฝรั่งเศสยอมรับว่าเขากังวลเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดความไม่แยแสอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นเยาวชน
ทั้งนี้เอ็มบัปเป้ไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลที่เขาคิดว่าเป็นพวกหัวรุนแรง อย่างไรก็ตามเพื่อนร่วมทีมของเอ็มบัปเป้อย่าง มาร์คูส์ ตูราม ได้มาเปิดเผยว่าไม่ต้องการให้พรรคแนชั่นแนลแรลลีของนางเลอเปนที่เป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดได้เข้าสู่อำนาจ
ทางฝั่งพรรคเนชั่นแนลแรลลีรีบออกมาตอบโต้เอ็มบัปเป้โดยทันที นิโคลัส คอนเคอร์ ผู้สมัครของพรรคกล่าวกับบีบีซีว่า เขารู้สึกเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่นักกีฬาของทีมชาติจะออกมาให้คำแนะนำว่าประชาชนควรลงคะแนนเสียงอย่างไร
ในการเริ่มต้นของการรณรงค์หาเสียงจะได้เห็นพันธมิตรใหม่ๆ เกิดขึ้นจากกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายและขวาจัดของการเมืองของฝรั่งเศส
พันธมิตรฝ่ายซ้ายหน้าใหม่ ได้แก่ กลุ่มแนวร่วมนิวป๊อปปูลาร์ฟรvนต์ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มสังคมนิยม พรรคกรีน และกลุ่มต่อต้านฝ่ายซ้ายสุดโต่งอย่าง ลาฟร็องแซ็งซูมีซ (แอลเอฟไอ) ดูเหมือนจะเป็นรูปเป็นร่างในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่การทำงานร่วมกันของฝ่ายซ้ายได้แสดงให้เห็นสัญญาณของการแตกหัก โดยฌอง-ลุค เมลองชง หัวหน้าพรรคของแอลเอฟไอ มีภาพลักษณ์เป็นบุคคลที่สร้างความแตกแยกมากเกินไปสำหรับสมาชิกบางคนในแนวร่วมของฝ่ายซ้าย
นอกจากนี้ ฟรองซัวส์ ออลลองด์ อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสจากพรรคสังคมนิยม ได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า เขาจะกลับลงสมัครรับเลือกตั้งในรัฐสภาอีกครั้ง ทางพรรคสังคมนิยมของเขา เพียงแต่กล่าวว่า “รับทราบ” ในการตัดสินใจของนายออลลองด์
ขณะเดียวกันทางฝ่ายขวาเองก็เกิดการทะเลาะกันอย่างดุเดือดภายในพรรครีพับลิกัน หลังจากที่เอริก ซิออตติ ผู้นำพรรค ตกลงเป็นพันธมิตรในเลือกตั้งกับฝ่ายขวาจัด โดยฝ่ายตรงข้ามของซิออตติในพรรครีพับลิกันได้ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้แทนในเขตเลือกตั้งประจำของเขา
ในขณะที่ นายกรัฐมนตรี กาเบรียล แอตทาล ซึ่งเป็นผู้นำการรณรงค์หาเสียงให้กับกลุ่มของประธานาธิบดีมาครง กล่าวว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีทางเลือก 3 ทาง คือแนวร่วมทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาต่างจัดเป็น “หายนะสำหรับประเทศ” ถึงอย่างนั้น แอตทาลได้เสนอทางเลือกที่ 3 นั่นก็คือพวกเขาที่มีจุดยืนฝ่ายกลาง
ทั้งนี้คาดการณ์ว่า กลุ่มพันธมิตรสายกลางของมาครงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแนวร่วมใหม่ของทั้งพรรคฝ่ายซ้ายและพรรคฝ่ายขวาแย่งคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรัฐสภาครั้งนี้ โดยการเลือกตั้งรอบแรกจะมีขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน และรอบที่สองจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม
โดยการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรอบแรกจะมีขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายนที่จะถึงนี้ และรอบตัดสินรอบที่สองจะเกิดขึ้นในอีก 7 วันต่อมา วันที่ 7 กรกฎาคม
โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางตำรวจของฝรั่งเศสได้มีการประเมินว่า ประชาชนราว 250,000 คนจะออกมาประท้วงทั่วฝรั่งเศสเพื่อต่อต้านโอกาสที่กลุ่มพรรคการเมืองขวาจัดจะขึ้นสู่อำนาจ

