ความมุ่งมั่น-โชค-เสียงเชียร์ ปัจจัยความสำเร็จแข้งตุรกี
จากที่สื่อโหมประโคมประเด็นว่า ออสเตรีย คือม้ามืดที่อาจสร้างเทพนิยายหลังจบการแข่งขันรอบแรก ยูโร 2024 ด้วยการคว้าแชมป์กลุ่มดี ทั้งที่มีเพื่อนร่วมกลุ่มแข็งๆ อย่าง ฝรั่งเศส และ เนเธอร์แลนด์
เมื่อถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย กลับกลายเป็นอาการ “ช็อตฟีล” เมื่อ ตุรกี ทีมที่หลายคนมองว่าเป็นรอง กลับคว้าชัยชนะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศแทน
ต้องเรียกว่าความสำเร็จของตุรกีถึงตอนนี้เป็นการผสมผสานเรื่องฝีเท้า ความมุ่งมั่น และโชคดวง

การได้ประตูนำเร็วตั้งแต่ 57 วินาทีแรกในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้เล่นง่ายขึ้น ประกอบกับซุปเปอร์เซฟของ เมิร์ท กูนอก นายทวารเติร์กในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งหลายคนยกไปเทียบชั้นลูกเซฟมหัศจรรย์ของตำนานผู้รักษาประตู กอร์ดอน แบงก์ส ของอังกฤษในฟุตบอลโลก 1970 ทำให้ทีมรอดตัวจากการเล่นต่อเวลาพิเศษ ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่าอาจจะลงเอยแบบเดียวกับ สโลวาเกีย ในการเจอกับ อังกฤษ ในคู่ก่อนหน้านั้นหรือไม่
นอกจากการท็อปฟอร์มถูกที่ถูกเวลาของ เมรีห์ เดมิราล กองหลังตุรกีผู้ทำ 2 ประตูในเกมนี้แล้ว อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ อาร์ด้า กูแลร์ แนวรุกดาวรุ่งวัย 19 ปีจากสโมสรรีล มาดริด

กูแลร์เป็นคนเปิดลูกเตะมุมที่นำไปสู่ลูกโหม่งประตูที่ 2 ของเดมิราลในเกมนี้ ซึ่งเมื่อรวมกับประตูที่เขาทำได้ในนัดเปิดสนามกับจอร์เจีย ทำให้กูแลร์กลายเป็นนักเตะวัยทีนคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ต่อจากตำนานแข้งอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของโปรตุเกส และ เวย์น รูนี่ย์ ของอังกฤษ ที่ทั้งยิงประตูและแอสซิสต์ได้ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรหนเดียวกัน โดยทั้งโรนัลโด้และรูนี่ย์ต่างทำสถิติดังกล่าวได้ในการแข่งขันเมื่อปี 2004
จู๊ด เบลลิงแฮม ซุปเปอร์สตาร์ทีมสิงโตคำราม เพื่อนร่วมสโมสรของกูแลร์ เปรยไว้ในงานแจกรางวัล “โกลเด้นบอย” เมื่อปลายปีที่แล้วว่า ขอให้ทุกคนจับตาดูกูแลร์ให้ดี เพราะเขาจะเดินรอยตามตน แจ้งเกิดในเวทีระดับนานาชาติได้อย่างแน่นอน
สื่อหลายสำนักก็สำทับมุมมองของจู๊ดว่า ทุกคนได้เห็นมาหมดแล้วว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ขนาดไหน โดยเฉพาะในช่วงฝึกซ้อม แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้จนกว่าจะถึงเวลาจริงก็คือ การรับมือกับสถานการณ์การแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แรงกดดันจากความคาดหวัง รวมถึงบรรยากาศและเสียงเชียร์ในสนาม ซึ่งยูโรหนนี้ กูแลร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขารับมือได้ดีขนาดไหน
นอกจากกูแลร์แล้ว ตุรกียังมีดาวรุ่งฝีเท้าดีที่จะเป็นอนาคตได้ อาทิ เคนัน ยิลดิซ กองหน้าวัย 19 ปี จากยูเวนตุส ซึ่งทำไป 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 39 นัดในทุกถ้วยให้ทีมม้าลายเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
นอกจากบรรดาดาวรุ่ง ก็มีตัวเก๋าๆ ที่คอยคุมเชิง ทั้งกูนอกวัย 35 ปีที่อายุมากที่สุดในทีม รวมถึงกัปตันทีม ฮาคาน คัลฮาโนกลู วัย 30 ปี

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กุนซือ วินเชนโซ่ มอนเตลล่า บอกว่าเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ตุรกีสู้ไม่ถอย โดยเฉพาะในครึ่งหลังของเกมนี้ที่หลายคนเริ่มออกอาการล้าอย่างเห็นได้ชัด คือเสียงเชียร์กึกก้องจากแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติในสนาม
ใครที่ตามชมเกมของตุรกีในศึกยูโรหนนี้ จะสังเกตว่าเสียงเชียร์ของแฟนบอลตุรกีนั้นดังเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งสื่อบางสำนักยกให้พวกเขาเป็น “เจ้าภาพ” ชาติที่ 2 รองจากเยอรมนีเลยก็ว่าได้
ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากชาวเยอรมันหลายล้านคนมีเชื้อสายตุรกี แม้บางคนจะเกิดและโตที่เยอรมนี แต่ก็อยู่ในครอบครัวชาวเติร์กและภูมิใจในเชื้อชาติของตัวเอง
นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า เยอรมนีมีคนเชื้อสายตุรกีอาศัยอยู่มากกว่า 7 ล้านคน มากที่สุดในบรรดาประชากรของประเทศ
ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเยอรมนีเปิดรับชาวเติร์กเข้าไปค้าแรงงานในประเทศเพื่อร่วมสร้างประเทศจากซากปรักหักพังหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 แรงงานหลายคนตัดสินใจปักหลักสร้างครอบครัวที่นั่น จนมีชาวเยอรมันเชื้อสายเติร์กรุ่น 2-3-4 ตามมา
เออร์คาน อายคาน กับน้องชาย เป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่ว่านั้น พวกเขาเล่าว่าเป็นเพื่อนร่วมเรียนและเพื่อนเล่นบอลวัยเด็กของ อิลคาย กุนโดกัน กัปตันทีมอินทรีเหล็กในยูโรหนนี้ ซึ่งก็มีเชื้อสายเติร์กเช่นกัน
สองพี่น้องอายคานยินดีกับกุนโดกันที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศ และหวังให้เพื่อนเก่าประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ขอเลือกเชียร์ทีมชาติตุรกี ด้วยความภูมิใจในชาติกำเนิดของตัวเอง

เมื่อตุรกีได้เข้าร่วมยูโรหนนี้ หลายพื้นที่ในเยอรมนีจึงประดับประดาด้วยธงชาติและชุดแข่งของทีมไก่งวง
ฮามิต อัลทินท็อป อดีตแข้งดังทีมชาติตุรกีซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคให้สมาคมฟุตบอลของประเทศ บอกว่า ตอนที่บ้านเกิดของตัวเองตีตั๋วไปเล่นยูโรรอบสุดท้ายได้สำเร็จ ก็ได้บอกเพื่อชาวเยอรมันว่า ตอนนี้ยูโรมี “เจ้าภาพร่วม” แล้ว เนื่องจากคนเชื้อสายตุรกีในเยอรมนีจะแสดงพลังให้เห็น
มอนเตลล่าบอกว่า เสียงเชียร์จากแฟนบอลเหล่านี้สื่อสารให้นักเตะสัมผัสได้ถึงแพสชั่นและความรักที่มีต่อทีม และทำให้นักเตะฮึดสู้เพื่อทำให้ชาวเติร์กทั้งในสนามและทั่วโลกภาคภูมิใจ ถือเป็นความรับผิดชอบต่อกำลังใจที่ทุกคนมีให้ เพื่อก้าวไปสู่ความฝันร่วมกัน
ให้สมศักดิ์ศรี “เจ้าภาพที่ 2” ของทัวร์นาเมนต์นี้นั่นเอง

