เอ็กซ์เรย์ 6 แข้งฟอร์มเด็ด ออกสตาร์ตรอบน็อกเอาต์ ยูโร 2024

5.07.24 | 09:35 น.

เอ็กซ์เรย์ 6 แข้งฟอร์มเด็ด ออกสตาร์ตรอบน็อกเอาต์ ยูโร 2024

ศึกฟุตบอล ยูโร 2024 เข้าสู่รอบน็อกเอาต์พร้อมกับบทสรุปรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เป็นไปตามความคาดหมายหรืออาจจะผิดคาดไปบ้าง

จากการประเดิมรอบน็อกเอาต์ 8 นัด นักเตะหลายคนโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น น่าจับตามอง ใครเป็นใคร ทำผลงานได้ดีขนาดไหนกันบ้าง ไปติดตามกัน

(AP Photo/Andreea Alexandru)

6.จามาล มูเซียล่า (เยอรมนี)

ดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนีโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในยูโรหนนี้ โดยยังรักษามาตรฐานได้ดีต่อเนื่องตั้งแต่รอบแรกถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เอาชนะเดนมาร์ก 2-0 โดยที่เขาทำประตูได้อีกครั้ง เป็นประตูที่ 3 ในทัวร์นาเมนต์นี้ของเจ้าตัว

Advertisement

แนวรุกจากบาเยิร์น มิวนิก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการหาพื้นที่ การตัดเข้าไปหลังแนวรับของคู่ต่อสู้ และยังโชว์ความนิ่ง เอาตัวรอดจากสถานการณ์ได้ดีแม้ไม่มีคู่หูอย่าง ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ในจังหวะนั้น

(AP Photo/Martin Meissner)

5.โรดรี้ (สเปน)

กองกลางตัวรับจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พิสูจน์ความสามารถของตัวเองมาตั้งแต่ระดับสโมสร มายูโรหนนี้ก็ตอกย้ำความสามารถโดดเด่นให้กับทีมชาติสเปน

โรดรี้ไม่ได้ลงสนามรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายเนื่องจากติดโทษแบน ทำให้ชาร์จไฟมาเต็มที่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับจอร์เจีย และเป็นคนทำประตูตีเสมอ 1-1 จากลูกยิงเท้าซ้ายเสียบมุมล่างของประตู

ไม่เพียงความสามารถในการพลิกเกมหรือสร้างโมเมนต์สำคัญๆ ในเกมให้ทีมเท่านั้น ฟอร์มการเล่นโดยรวมของเขาก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน โดยเกมกับจอร์เจีย โรดรี้สัมผัสบอลไป 129 ครั้ง มากกว่านักเตะทุกคนในสนาม ผ่านบอล 117 ครั้ง สำเร็จถึง 109 ครั้ง และยังไปตามเก็บบอลได้ 12 ครั้ง มากที่สุดในสนามอีกเช่นกัน

(Robert Michael/dpa via AP)

4.รูเบน วาร์กาส (สวิตเซอร์แลนด์)

เทียบกับนักเตะระดับสตาร์ วาร์กาสถือว่าทำผลงานมาแบบเงียบๆ แต่น่าประทับใจในรอบแบ่งกลุ่ม กับการรับผิดชอบพื้นที่ทางฝั่งซ้ายของสนาม

กระทั่งถึงเกมเตะรอบน็อกเอาต์กับแชมป์เก่า อิตาลี ซึ่งเขาขยับขึ้นหน้ามากขึ้น และกลายเป็นหัวใจสำคัญในเกมของทีมจากแดนนาฬิกา โดยกระชากบอลหนีแนวรับอิตาลี ก่อนเปิดอย่างเนี้ยบให้ เรโม ฟรอยเลอร์ ทำประตูแรก

พอเริ่มครึ่งหลังได้แป๊บเดียว วาร์กาสก็โชว์ฟอร์มเยี่ยม หาพื้นที่ว่างในกรอบเขตโทษแล้วซัดหนีมือนายทวาร จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ตอกย้ำชัยชนะให้สวิตเซอร์แลนด์ในที่สุด

(AP Photo/Manu Fernandez)

3.ฟาเบียน รุยซ์ (สเปน)

รุยซ์ได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ โดยในการเล่นให้ทีมกระทิงดุในยูโรหนนี้ รุยซ์ต้องขยับขึ้นหน้ามากกว่าตอนเล่นให้ปารีส แซงต์แชร์แมง ในระดับสโมสร

แข้งวัย 28 ปี ไม่ทำให้ผิดหวัง ทำประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมกับจอร์เจีย เป็นประตูให้สเปนนำเร็วหลังจากเริ่มครึ่งหลังได้ 6 นาที ก่อนจะแอสซิสต์ในลูกที่ 3 ของสเปน

ตลอดเกมดังกล่าว รุยซ์พยายามยิงประตู 7 ครั้ง เลี้ยงบอลสำเร็จ 4 จาก 5 ครั้ง และผ่านบอลในพื้นที่สุดท้าย 12 ครั้ง สร้างโอกาสลุ้นประตู 2 ครั้ง สถิติเหล่านี้ยืนยันถึงบทบาทในเกมรุกของเขาได้เป็นอย่างดี

(AP Photo/Frank Augstein)

2.นิโก้ วิลเลียมส์ (สเปน)

ด้วยเรื่องอายุกับฝีเท้าที่เกินตัวอาจทำให้แฟนบอลและสื่อหันไปมุง ลามีน ยามาล เจ้าหนูวัย 16 ปีของทีมกระทิงดุมากกว่า แต่นักวิจารณ์หลายคนบอกว่า นิโก้ วิลเลียมส์ ปีกวัย 21 ปีของทีมชาติสเปนชุดนี้คือนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในทัวร์นาเมนต์

วิลเลียมส์เป็นคนเปิดบอลให้โรดรี้ทำประตูตีเสมอจอร์เจีย ก่อนจะอาศัยความเร็วสลัดหนีกองหลังเข้าไปจบสกอร์ ทำประตูที่ 3 ของทีม

เกมดังกล่าว วิลเลียมส์สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของฝ่ายตรงข้าม 10 ครั้ง เป็นรองเพียงยามาลคนเดียว และยังทำสถิติพยายามแอสซิสต์มากเป็นอันดับ 2 ในเกมอีกด้วย

(AP Photo/Ebrahim Noroozi)

1.ดิโอโก้ คอสต้า (โปรตุเกส)

ในบรรดานักเตะที่โชว์ฟอร์มได้น่าจดจำที่สุดในรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโรหนนี้ คงไม่มีใครเกินหน้าคอสต้า นายทวารทีมชาติโปรตุเกสอีก

ในเวลาปกติ เขาอาจจะไม่ค่อยได้ออกแรงเซฟนัก แต่เมื่อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ เขาก็ได้โชว์เซฟป้องกันลูกยิงของ เบนยามิน เซสโก้ แข้งสโลวีเนีย

แต่ทีเด็ดที่สุดต้องยกให้ช่วงดวลจุดโทษ ที่คอสต้าไม่เพียงเซฟลูกโทษ 1 หรือ 2 ครั้ง แต่มากถึง 3 ครั้ง ก่อนที่เพื่อนร่วมทีมจะยิงเข้าไปให้ทีมคว้าชัย 3-0

หนึ่งในคนที่โล่งใจที่สุดกับฟอร์มอันสุดยอดของคอสต้าในนัดนี้คงไม่พ้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปเปอร์สตาร์กัปตันทีมชาติโปรตุเกส

เพราะถ้าเกิดทีมแพ้ขึ้นมา เจ้าตัวคงน้ำตาท่วมยิ่งกว่าในเกมอย่างแน่นอน