วันนี้ของทัพกระทิงดุ เมื่อความสำเร็จของราชัน ความขลังของลา มาเซีย ถูกมองข้าม

6.07.24 | 07:50 น.

วันนี้ของทัพกระทิงดุ เมื่อความสำเร็จของราชัน ความขลังของลา มาเซีย ถูกมองข้าม

รีล มาดริด เป็นทีมที่สร้างผลงานและชื่อเสียงมาอย่างยิ่งใหญ่ในทุกยุคทุกสมัย การครองแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรป 15 สมัย เป็นสิ่งที่การันตีได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อมองถึงสิ่งที่ทีมชาติสเปนได้รับจากความสำเร็จในยุคหลัง เหมือนกับว่า รีล มาดริด กับทีมชาติ มีความเกี่ยวพันกันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ในยูโร 2024 มีนักเตะจากรีล มาดริด ติดทีมชาติไปลุยที่เยอรมนี 13 คน แต่ในทีมชาติสเปน มีเพียง 3 คน คือ ดานี่ คาร์บาฆาล, โฆเซลู, นาโช่ เฟร์นานเดซ แต่มีเพียงคาร์บาฆาลเท่านั้นที่ได้รับโอกาสให้เป็นตัวหลัก ขณะที่อีก 2 คน เป็นเพียงอะไหล่ที่ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ เรียกมาเป็นทางเลือกเท่านั้น 

ถ้าจะบอกว่าเด ลา ฟูเอนเต้ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับรีล มาดริด ก็ไม่ผิดนัก เพราะเขาไม่เคยมีความเกี่ยวพัวอะไรกับรีล มาดริดมาก่อน ทั้งการเป็นนักเตะและโค้ช ไม่ได้รับเอาแนวทางการเล่นจากทีมราชันชุดขาวมาใช้ ถึงแม้ว่ากระทิงดุของเด ลา ฟูเอนเต้ จะใช้ปีกเล่นงานของคู่แข่ง การใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะในการดวลตัวต่อตัวกับแนวรับ แบบเดียวกับที่ คาร์โล อันเชล็อตติ ใช้กับรีล มาดริด แต่ในเรื่องของครองบอล สเปนจะมาในรูปแบบกึ่งติกี้-ตาก้า ที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับบาร์เซโลน่าและทีมชาติ ระหว่างปี 2008-2012 มากกว่า

Advertisement

ความสัมพันธ์ของรีล มาดริด กับสเปน ไม่ได้แน่นแฟ้นมานานแล้ว ไม่มีนักเตะคีย์แมนที่ทีมขาดไม่ได้มาพักใหญ่ ถ้าย้อนกลับไปถึงนักเตะที่เป็นคนสำคัญของทีมกระทิงดุ ต้องย้อนไปไกลถึงวันที่ อิเคร์ กาซิยาส นายทวารมือดีเฝ้าเสาให้ทีมชาติ หรือ เซร์คิโอ้ รามอส ที่เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ทีมจะขาดไม่ได้ แต่หลังหมดยุคของทั้งคู่ ก็แทบจะไม่มีใครที่อยู่ในข่ายนี้อีก

3 ปีที่แล้ว ในยูโร 2020 หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่คุมทีมกระทิงดุ ไม่เลือกนักเตะจากรีล มาดริด ติดทีมแม้แต่คนเดียว อาจจะเป็นเพราะเรื่องความรู้สึกส่วนตัว ที่เอ็นริเก้ประสบความสำเร็จกับบาร์เซโลน่า ทั้งการเป็นนักเตะและเป็นโค้ชมาอย่างมากมาย แต่ก็โดนแฟนบอลวิจารณ์อย่างรุนแรง และทีมไม่ประสบความสำเร็จ ตกรอบ 16 ทีมไปแบบโดนตำหนิอย่างหนัก

บาร์ซ่าและรีล มาดริด มีแนวทางในการสร้างทีมไม่เหมือนเดิม บาร์ซ่ามี “ลา มาเซีย” อคาเดมีที่สร้างนักเตะชื่อดังมาเสริมทีมชุดใหญ่นับไม่ถ้วน แต่ไม่ใช่ว่าอคาเดมีของราชันชุดขาวจะไม่ดี พวกเขาถูกยกให้เป็น “ลา ฟาบริก้า” ที่สร้างดาวรุ่งไปเติบโตในทีมอื่นๆ ของ 5 ลีกใหญ่ยุโรป มากถึง 44 คน ในฤดูกาล 2022-2023 ในลาลีก้า สเปน มีนักเตะที่เคยฝึกวิชากับลา ฟาบริก้า มากถึง 50 คน

สหพันธ์ฟุตบอลสเปนเห็นถึงความสำเร็จของลา มาเซีย มาโดยตลอด จึงซึบซับรับเอาแนวทางของบาร์ซ่ามาใช้กับทีมเยาวชนเป็นหลัก เมื่อใช้แนวทางจากลา มาเซีย เด็กๆ จากลา มาเซีย จึงเป็นวัตถุดิบหลักของทีมชาติในรุ่นเยาวชน

เด ลาฟูเอนเต้ เป็นโค้ชทีมชาติสเปนทั้งรุ่นอายุไม่เกิน 19, 21, 23 ปีมาทั้งหมด ทำให้เขาเคยร่วมงานกับนักเตะดาวรุ่งของสเปนมาไม่น้อย ปฎิเสธไม่ได้ว่า จำนวนมากก็มาจากทีมเยาวชนของบาร์ซ่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า กุนซือวัย 63 ปี จะยึดบาร์ซ่าเป็นแกนของทีมชาติชุดใหญ่ เพราะเขาเลือกนักเตะบาร์ซ่ามาลุยยูโร 4 คนเท่านั้น คือ เปดรี้, เฟร์มิน โลเปซ, เฟร์ราน ตอร์เรส, ลามีน ยามาล เทียบกับสเปนชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 มีนักเตะบาร์ซ่าถึง 8 คน

นักเตะทีมชาติสเปนทั้ง 26 คนในยูโร 2024 มีนักเตะมาจาก 16 สโมสร เทียบกับตอนฟุตบอลโลก 2010 มาจาก 8 ทีมเท่านั้น เด ลา ฟูเอนเต้ ไม่ได้รับเอาวัฒนธรรมการยึดบาร์ซ่าเป็นโครงสร้างของทีมชาติมาใช้แบบที่สหพันธ์ฟุตบอลสเปนเคยทำ เขาเลือกนักเตะที่ตรงกับแผนการเล่น เน้นการครองบอล ปีกต้องจัดจ้านทั้งซ้ายและขวา ที่สำคัญกว่านั้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับภายในทีมชาติ ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายว่า จะต้องเข้ากับบาร์ซ่าหรือรีล มาดริด แบบที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต

อย่างไรก็ตามบรรดานักเตะของราชันชุดขาว ก็ไปทำผลงานที่ดีให้กับชาติอื่นๆ จู๊ด เบลลิงแฮม กับอังกฤษ, อาร์ด้า กูแลร์ กับตุรกี, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กับเยอรมนี เหมือนกับว่ารีล มาดริด ช่วยเพิ่มอาวุธให้กับทีมอืนในยุโรปมาสู้กับสเปนไปอีกทางหนึ่ง

ยังไม่รู้ว่าสเปนจะไปถึงแชมป์หรือจอดป้ายในรอบไหนของยูโร 2024 แต่รูปแบบการเล่น และชัยชนะที่ได้มา ทำให้แฟนบอลกระทิงดุปรบมือให้เด ลา ฟูเอนเต้ กันถ้วนหน้า โดยเฉพาะการทำลายวัฒนธรรมที่ยึดติดกันมานานว่าเมื่อนึกถึงสเปน ก็ต้องมองหานักเตะรีล มาดริด – บาร์เซโลน่า เป็นกระดูกสันหลังเท่านั้น

เมื่อกำแพงอันน่าอึดอัดถล่มลงมา ความแตกแยกบนความแตกต่างก็น้อยลงไปโดยอัตโนมัติ