นับถอยหลังก่อนไคลแมกซ์ 4 ทีมสุดท้าย ยูโร 2024

9.07.24 | 11:24 น.

นับถอยหลังก่อนไคลแมกซ์ 4 ทีมสุดท้าย ยูโร 2024

เหลืออีกไม่กี่อึดใจ ศึก ยูโร 2024 ก็จะขมวดปมปิดฉาก ตอนนี้เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ พร้อมกับ 4 ทีมที่ฝ่าด่านกันเข้ามาได้

เผื่อเป็นการนับถอยหลังสู่รอบตัดเชือกที่เข้มข้นน่าจับตา เว็บไซต์ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) สรุปภาพรวมน่าสนใจไว้ดังนี้

 

Advertisement

อังกฤษ

เส้นทางสู่รอบตัดเชือก : รอบแรก ชนะ เซอร์เบีย 1-0, เสมอ เดนมาร์ก 1-1, เสมอ สโลวีเนีย 0-0 / รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ สโลวาเกีย 2-1 (ต่อเวลาพิเศษ) / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 5-3 (จุดโทษ) หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1

ผลงานเด่นในอดีต : รองแชมป์ ยูโร 2020

ภาพรวมในทัวร์นาเมนต์ : สิงโตคำรามอาจจะโชว์ฟอร์มไม่น่าประทับใจนัก แต่ก็ยังคว้าแชมป์กลุ่มซีมาได้โดยที่ยังไม่แพ้ใคร โดยที่นักเตะบางคน อาทิ จู๊ด เบลลิงแฮม, แฮร์รี่ เคน, บูกาโย่ ซาก้า ทำหน้าที่ของตัวเองได้ถูกที่ถูกเวลา

โค้ช : แกเร็ธ เซาธ์เกต ตั้งแต่เข้ามารับงานคุมทีมชาติอังกฤษ เซาธ์เกตพาทีมเข้าไม่ต่ำกว่ารอบก่อนรองชนะเลิศในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ ผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้ารองแชมป์ยูโรหนก่อนที่แพ้ดวลจุดโทษอิตาลี หลังจบทัวร์นาเมนต์นี้อาจเป็นการชี้ชะตาว่าเขาจะคุมทีมสิงโตต่อไปหรือไม่

นักเตะคนสำคัญ : จู๊ด เบลลิงแฮม เป็นหัวใจหลักของทีมที่มีความสามารถในการพลิกเกมในช่วงเวลาสำคัญ ยูโรหนนี้เขายิงไปแล้ว 2 ประตู โดยเฉพาะลูกโอเวอร์เฮดคิกที่ตีเสมอสโลวาเกียช่วงทดเจ็บ ซึ่งช่วยต่อลมหายใจของทีมมาได้ ยิ่งเวลาผ่านไป ฟอร์มของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

แข้งที่น่าจับตามอง : โคล พาลเมอร์ เป็นนักเตะที่ผลงานเด่นที่สุดของเชลซีในฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งทำประตูและแอสซิสต์ อีกทั้งยังเล่นบอลได้นิ่งเกินอายุจนได้รับเสียงชื่นชม ไม่น่าแปลกใจที่เขารับหน้าที่ยิงจุดโทษคนแรกในรอบก่อนรองชนะเลิศ

ฝรั่งเศส

เส้นทางสู่รอบตัดเชือก : รอบแรก ชนะ ออสเตรีย 1-0, เสมอ เนเธอร์แลนด์ 0-0, เสมอ โปแลนด์ 1-1 / รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ เบลเยียม 1-0 / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ โปรตุเกส 5-3 (จุดโทษ) หลังเสมอในเวลา 120 นาที 0-0

ผลงานเด่นในอดีต : แชมป์ ยูโร 1984, 2000

ภาพรวมในทัวร์นาเมนต์ : ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์จัดเป็นตัวเต็งอันดับ 1-2 แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้ กว่าจะผ่านแต่ละนัดถือว่าหืดจับ แม้จะยังไม่แพ้ใคร ที่สำคัญคือทีมตราไก่ยังไม่สามารถทำประตูคู่แข่งจากการเล่นโอเพ่นเพลย์ได้เลย เพราะถ้าคู่แข่งไม่ทำเข้าประตูตัวเอง ก็เป็นลูกโทษ

โค้ช : ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ หนึ่งในกุนซือที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในระดับทีมชาติยุคปัจจุบัน แต่ยูโรยังเป็นถ้วยที่เขายังเอื้อมไม่ถึง โดยเข้าใกล้ที่สุดในปี 2016 ที่เล่นในบ้านตัวเองแต่จบที่ตำแหน่งรองแชมป์

นักเตะคนสำคัญ : คีเลียง เอ็มบัปเป้ ซุปเปอร์สตาร์กัปตันทีมโดนวิจารณ์ว่าฟอร์มการเล่นน่าผิดหวัง และยังไม่สามารถโชว์ศักยภาพอันโดดเด่นของตัวเองได้ในยูโรหนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าตัวโชคร้ายได้รับบาดเจ็บจมูกหักตั้งแต่รอบแรก พอต้องใส่หน้ากากลงเล่นก็ดูเหมือนยังปรับตัวไม่ได้เนื่องจากมุมมองที่ค่อนข้างจำกัด จึงต้องรอดูว่าในแมตช์สำคัญอย่างรอบตัดเชือกกับสเปนนั้น เขาจะงัดฟอร์มเก่งออกมาทันเวลาหรือไม่

แข้งที่น่าจับตามอง : แบรด์ลีย์ บาร์คอล่า ด้วยวัย 21 ปี กองหน้าจากปารีส แซงต์แชร์แมง โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมา จุดเด่นของเขาคือการเล่นบอลไดเรกต์ การบุกตะลุยขึ้นลงสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับคู่ต่อสู้ อีกทั้งยังเล่นบอลฉลาด และยังขยันช่วยเกมรับ จึงเป็นนักเตะที่เป็นที่ชื่นชอบของโค้ชทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ

เนเธอร์แลนด์

เส้นทางสู่รอบตัดเชือก : รอบแรก ชนะ โปแลนด์ 2-1, เสมอ ฝรั่งเศส 0-0, แพ้ ออสเตรีย 2-3 / รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ โรมาเนีย 3-0 / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ ตุรกี 2-1

ผลงานเด่นในอดีต : แชมป์ ยูโร 1988

ภาพรวมในทัวร์นาเมนต์ : อัศวินสีส้มเริ่มต้นรอบแรกแบบทุลักทุเลด้วยผลทั้งชนะ เสมอ และแพ้ เข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุด แต่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย งานไม่ยากนักกับการถล่มโรมาเนีย 3-0 ก่อนจะผ่านตุรกีในรอบก่อนรองชนะเลิศแบบหืดจับโดยโดนยิงประตูไปก่อนเสียด้วย การเข้ารอบตัดเชือกครั้งนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2004 สำหรับทีมกังหันลม

โค้ช : โรนัลด์ คูมัน คุมทีมชาติเป็นรอบที่สอง ตอนกลับมาคุมช่วงแรก ทีมแพ้ 3 จาก 4 นัด ในการเจอกับฝรั่งเศส โครเอเชีย และอิตาลี แต่หลังจากนั้นฟอร์มก็เล่นคงที่มีมาตรฐานขึ้น เก็บชัยชนะในรอบแบ่งกลุ่มได้ทั้งหมดยกเว้นเกมกับฝรั่งเศส คูมันเคยมีประสบการณ์คว้าแชมป์ยูโรมาแล้วสมัยเป็นนักเตะในปี 1988 ต้องรอดูว่าเขาจะทำซ้ำได้อีกครั้งตอนเป็นโค้ชหรือไม่

นักเตะคนสำคัญ : เมมฟิส เดปาย ช่วง 2-3 ฤดูกาลหลัง เดปายมีปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า แต่ถ้าเขาฟิตสมบูรณ์ ก็จะเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของทีม ตอนนี้เขาไล่ตามสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ทำไว้ 50 ประตู เพียง 4 ลูกเท่านั้น ที่ผ่านมา เขามีสถิติทำประตูเฉลี่ย 1 ลูกในทุกๆ 2 นัดให้อัศวินสีส้ม แต่มาทัวร์นาเมนต์นี้อาจจะยังช็อตๆ ไปนิด

แข้งที่น่าจับตามอง : ชาวี่ ซิมนส์ กองกลางจากไลป์ซิกค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในชุดทีมชาติ จากที่ทำประตูหรือแอสซิสต์ไม่ได้เลย 13 นัดแรก ก็เริ่มยิงได้ และมายูโรหนนี้ก็มีสถิติแอสซิสต์ในเกมกับออสเตรียและโรมาเนียไปแล้ว จุดเด่นของเขาคือการสร้างสรรค์เกม วิสัยทัศน์การอ่านเกม และความสามารถในการหาพื้นที่ว่าง

สเปน

เส้นทางสู่รอบตัดเชือก : รอบแรก ชนะ โครเอเชีย 3-0, ชนะ อิตาลี 1-0, ชนะ แอลเบเนีย 1-0 / รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ จอร์เจีย 4-1 / รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ เยอรมนี 2-1 (ต่อเวลาพิเศษ)

ผลงานเด่นในอดีต : แชมป์ ยูโร 1964, 2008, 2012

ภาพรวมในทัวร์นาเมนต์ : เป็นทีมเดียวที่เก็บชัยชนะได้ตั้งแต่รอบแรกจนถึงตอนนี้ ยิงไปรวม 11 ประตู และเสียเพียง 2 ลูกเท่านั้น จนขยับขึ้นมาเป็นเต็งหนึ่งในปัจจุบัน ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าชื่นชม ทั้งเกมรุกและรับที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้งานดาวรุ่งผสมผสานกับแข้งตัวเก๋าได้อย่างลงตัว เกมที่หนักที่สุดของสเปนในทัวร์นาเมนต์นี้คือการเฉือนชัยเจ้าภาพ อินทรีเหล็ก ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และกำลังมุ่งหน้าสู่เส้นทางเป็นเจ้าของสถิติแชมป์ยูโรสูงสุด 4 สมัยแต่เพียงผู้เดียว

โค้ช : หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ มีประสบการณ์คุมทีมชาติสเปนชุดเล็กประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ยุโรปในรุ่นยู-19 ปี 2015 และยู-21 ปี 2019 อีกทั้งยังก้าวไปคว้าแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว นักเตะหลายคนในทีมชุดนี้เป็นเด็กที่เขาปั้นมาตั้งแต่สมัยเยาวชน เด ลา ฟูเอนเต้ ยังได้รับเสียงชื่นชมเรื่องหลักจิตวิทยา และสไตล์การเล่นซึ่งไม่ยึดติดกับระบบ “ติกี้-ตาก้า” ที่เคยทำให้กระทิงดุรุ่งเรืองในอดีตอีกด้วย

นักเตะคนสำคัญ : โรดรี้ ยูฟ่ายกให้โรดรี้เป็นกองกลางที่ฟอร์มการเล่นโดดเด่นที่สุดในโลกในยุคปัจจุบัน เขาเป็นแข้งพรสวรรค์ที่มีทั้งความคล่องตัวและความมุ่งมั่นตั้งใจ รวมถึงกึ๋นฟุตบอลอันยอดเยี่ยม ด้วยวัย 28 ปี เขากำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพนักเตะ และคว้าแชมป์มากมายกับต้นสังกัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แข้งที่น่าจับตามอง : ลามีน ยามาล ปีกดาวรุ่งจากบาร์เซโลน่าจะอายุเต็ม 17 ปี ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ เขาถูกจับตามองอย่างหนักตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ และทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นยูโร แต่ถึงจะโดนจับตามากขนาดนี้ ยามาลก็ไม่ได้มีท่าทีตื่นสนามหรือกดดันแต่อย่างใด ปีกขวาถนัดซ้ายรายนี้มีประสบการณ์ลงสนามทั้งระดับสโมสรและทีมชาติรวมกันกว่า 60 นัดแล้ว จัดเป็นวันเดอร์คิดที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของวงการลูกหนังโลกในปัจจุบันเลยทีเดียว