ย้อนรอยแมตช์เดือดในอดีต สิงโตคำราม vs กระทิงดุ
รอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2024 ระหว่าง “กระทิงดุ” สเปน กับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ เป็นอีกแมตช์ที่ทั่วโลกจับตามอง เพราะสเปนต้องการแชมป์เพื่อการเป็นชาติที่คว้าแชมป์ยูโรได้มากที่สุด รวม 4 ครั้ง ส่วนอังกฤษก็อยากจะปลดล็อกคว้าแชมป์หนแรกในประวัติศาสตร์ให้ได้เสียที
ผลงานในอดีต ทั้งคู่เจอกันมาแล้ว 27 ครั้ง เป็นอังกฤษที่ชนะได้มากกว่า 14 ครั้ง สเปน 10 ครั้ง และเสมอกัน 3 ครั้ง ส่วนการเจอกัน 5 แมตช์หลังสุด ถือว่าสูสี ผลัดกันแพ้-ชนะ 2 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง
ถึงแม้ว่าทั้งสองทีมอาจจะไม่ใช่คู่อริโดยตรง แต่ก็มีประวัติศาสตร์ในมุมลูกหนังให้จดจำไม่น้อย วันนี้ขอย้อนอดีตถึงแมตช์สำคัญๆ ในการเจอกัน เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนจะรู้ว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์ยูโร 2024
ชัยชนะอันล้นหลาม
การแข่งขันเกมอุ่นเครื่องในปี 1931 ที่สนามไฮบิวรี่ อดีตรังเหย้าของอาร์เซน่อล วันนั้นอังกฤษถล่มสเปนขาดลอย 7-1 แจ็ค สมิธ, ทอมมี่ จอห์นสัน, แซมมี่ คุกส์ ทำคนละ 2 ประตู เป็นชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดที่ทีมสิงโตคำรามขย้ำกระทิงสุดเชื่องได้ในประวัติศาสตร์
แต่ถ้าแมตช์ที่สเปนชนะอังกฤษได้ห่างที่สุด เกิดขึ้นในปี 1960 ที่กรุงมาดริด วันนั้นกระทิงดุจริง ชนะไป 3-0 แต่อังกฤษยังดูอวดได้มากกว่า เพราะสกอร์ห่างถึง 6 ตุง
ซาร์ร่าปราบสิงโต
ย้อนไปในฟุตบอลโลก 1950 ที่ประเทศบราซิล อังกฤษกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะแมตช์แรกของรอบแบ่งกลุ่ม(ที่มีแค่ 3 ทีม) พวกเขาแพ้สหรัฐอเมริกา 0-1 ดังนั้นการเจอกับสเปนในเกมที่สอง จะต้องชนะให้ได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสายตาแฟนบอลในสนามมาราคาน่า กว่า 74,000 คน เตลโม ซาร์ร่า ตำนานนักเตะกระทิงดุยิงประตูโทนในเกมนั้น เขี่ยสิงโตคำรามไม่ออกตกรอบแรกแบบเจ็บแสบ ซึ่งซาร์ร่าคนนี้นี่เองที่เคยเป็นผู้ยิงประตูสูงสุดของลาลีก้า สเปน ก่อนที่ลิโอเนล เมสซี่ จะมาทำลายได้ในหลายสิบปีหลัง
การเจอกันอีกครั้งในฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปนเป็นเจ้าถิ่น ทั้งสองทีมเสมอกันไป 0-0 แต่ก็ตกรอบสองทั้งคู่ ไปไม่ได้ไกลกว่านั้น
ลินีเกอร์4ตุง
แกรี่ ลินีเกอร์ เคยกลายร่างเป็นมาทาดอร์ป่วนกระทิงกระเจิงในเกมอุ่นเครื่อง เมื่อปี 1987 คากรุงมาดริด วันนั้นลีนิเกอร์ในร่างเทพซัดคนเดียว 4 ประตู ให้ทีมสิงโตคำรามถล่ม 4-2 และเป็นการยิง 4 ประตู ในช่วง 32 นาทีเท่านั้น
ก่อนหน้านั้น 3 สัปดาห์ ลีนิเกอร์ที่ค้าแข้งอยู่กับบาร์เซโลน่า ระเบิดแฮตทริกใส่รีล มาดริด ที่สนามคัมป์นูมาก่อนแล้ว
ก่อนน้ำตาจะท่วมเวมบลีย์
ในยูโร’96 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ ทั้งสองทีมโคจรมาเจอกันในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งผลการแข่งขันในช่วง 120 นาที กินกันไม่ลง เจ๊าแบบไร้ประตู ทำให้ต้องตัดสินหาทีมเข้ารอบด้วยการดวลจุดโทษ อังกฤษสังหารเข้าทั้งหมด 4 คน สจวร์ต เพียร์ซ ที่ยิงคนที่ 3 กระโดดชูหมัดกลางอากาศ พร้อมตะโกน “ลุยโว้ย”
เฟร์นานโด เอียร์โร่ กองหลังสุดแกร่งในยุคนั้น ยิงพลาดตั้งแต่คนแรกของสเปน ก่อนที่ มิเกล อังเคล นาดาล จะมาพลาดในการยิงคนที่ 4 และอังกฤษชนะไป 4-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปเจอกับเยอรมนี
แต่ไม่รู้ว่าสเปนได้แช่งเอาไว้ขนาดไหน เพราะอังกฤษก็ไปแพ้เยอรมนี ในการดวลจุดโทษ 5-6 เช่นกัน เพียร์ซไม่พลาด แต่คนที่พลาด คือ **แกเร็ธ เซาธ์เกต** กุนซือทีมสิงโตคำรามคนปัจจุบันนั่นเอง ที่ยิงไม่เข้า และน้ำตาก็ท่วมเวมบลีย์
ได้เวลาแล้วที่เซาธ์เกตจะมาลบฝันร้ายในวันนั้น ด้วยการชนะสเปนให้ได้ ในแผ่นดินเยอรมนี
ความแค้นครั้งล่าสุด
อีกแมตช์ที่แฟนบอลอังกฤษจำไม่ลืม และแค้นสเปนไม่หาย แต่ไม่ได้เป็นการแข่งขันของฝ่าย เพราะแมตช์นี้เป็นรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ปีที่แล้ว ทีมฟุตบอลหญิงสิงโตคำราม หวังจะคว้าแชมป์โลกสมัยแรก หลังจากเป็นแชมป์ยูโร 2022 มาได้ก่อนหน้านั้น ส่วนสาวกระทิงยังไม่เคยได้แชมป์รายการระดับเมเจอร์มาครองได้เลย
สุดท้ายเป็นสเปนที่ชนะไปได้ 1-0 จากการทำประตูของ โอลก้า คาร์โมน่า วิงแบ็กหน้าหวาน ทำให้อังกฤษต้องรอแชมป์โลกสมัยแรกต่อไป
แมตช์นี้ถือเป็นรอยแค้นครั้งล่าสุด ที่นักเตะทีมหญิงอยากฝากทีมชายให้ช่วยล้างแค้นให้ด้วย
สงครามลูกหนังของสองชาติในยูโร 2024 น่าจะเป็นแมตช์ที่ระอุที่สุดเท่าที่เคยเจอกันมา เพราะมีแชมป์เป็นเดิมพัน ไม่ว่าทีมไหนจะไปถึงตำแหน่งราชันชองยุโรป ก็จะถูกยกให้เป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ทั้งนั้น

