ฟุตบอลยังไม่กลับบ้าน! กระทิงดุเฉือนสิงโตคำราม 2-1 คว้าแชมป์ยูโรสมัย4
สเปนเอาชนะอังกฤษ 2-1 ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 รอบชิงชนะเลิศ ที่โอลิมปิก สเตเดียม กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม
สเปนคว้าแชมป์มาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 1964, 2008, 2012 จากการเข้าชิง 4 ครั้ง และครั้งนี้ถือเป็นการเข้ารอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งที่ 5 ส่วนอังกฤษยังไม่เคยได้แชมป์ยูโร แต่ในยูโร 2020 ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ ก่อนแพ้ดวลจุดโทษอิตาลี
รายชื่อ 11 ตัวจริง สเปน : อูไน ซิมอน, ดานี่ คาร์บาฆาล, เอเมอริค ลาปอร์, โรแบ็ง เลอ นอร์มองด์, มาร์ค คูคูเรย่า, โรดรี้, ฟาเบียน รุยซ์, ลามีน ยามาล, ดานี่ โอลโม่, นิโก้ วิลเลียมส์, อัลบาโร่ โมราต้า
อังกฤษ : จอร์แดน พิคฟอร์ด, ไคล์ วอล์กเกอร์, จอห์น สโตนส์, มาร์ค กูอี, บูกาโย่ ซาก้า, ดีแคลน ไรซ์, ค็อบบี้ เมนู, ลุก ชอว์, จู๊ด เบลลิงแฮม, ฟิล โฟเด้น, แฮร์รี่ เคน
ครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมใส่กันทันที แต่สเปนครองบอลได้มากกว่าอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามยังไม่มีจังหวะจบสกอร์ที่จะแจ้ง นาทีที่ 43 โมราต้าพาบอลเข้าเขตโทษไปได้ พยายามหาจังหวะจบสกอร์ แต่สโตนส์และกูอีเข้ามาช่วยกันบังไว้ก่อน จบครึ่งแรก เสมอ 0-0
ก่อนเริ่มครึ่งหลัง สเปนเปลี่ยนมาร์ติน ซูบิเมนดี้ ลงมาแทนโรดรี้ ที่มีอาการเจ็บ และในนาทีที่ 47 ยามาลพาบอลบุกขึ้นมาถึงเขตโทษ ก่อนไหลให้วิลเลียมส์ยิงด้วยซ้ายผ่านตัวพิกฟอร์ดเข้าประตูไปให้ทีมกระทิงดุขึ้นนำ 1-0 หลังจากนั้น 3 นาที โอลโม่ได้จังหวะยิงในขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบไป นาทีที่ 56 วิลเลียมส์ได้สับไกในเขตโทษอังกฤษอีก แต่ไม่เข้ากรอบ นาทีที่ 61 ทีมสิงโตคำรามเปลี่ยนเคนออก และส่งโอลลี่ วัตกิ้นส์ ลงสนาม นาทีที่ 64 เบลลิงแฮมพลิกบอลก่อนยิงนอกเขตโทษ บอลหลุดออกไปนิดเดียว หลังจากนั้น 2 นาที ยามาลได้ยิงในเขตโทษ แต่พิกฟอร์ดซุปเปอร์เซฟปัดออกไปได้
นาทีที่ 73 โคล พาลเมอร์ ตัวสำรองกลายเป็นซุปเปอร์ซับ ยิงนอกเขตโทษแฉลบนักเตะสเปนเสียบเสาเข้าไปให้อังกฤษตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 82 ยามาลได้โด้โอกาสยิงในเขตโทษอีกครั้ง แต่ติดเซฟพิกฟอร์ดอีก จนกระทั่งนาทีที่ 86 คูคูเรย่าผ่านบอลให้ มิเกล โอยาร์ซาบาล ได้ชาร์จจ่อๆ เข้าประตู สเปนพลิกกลับมานำ 2-1 และจบเกม ทีมกระทิงดุชนะ 2-1 คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 4 เป็นทีมแรกในยูโร รวมทั้งเป็นทีมแรกที่ชนะได้ 7 นัด

