รวมเรื่องน่าจดจำ-โดนวิจารณ์ หลังรูดม่านปิดฉากยูโร2024
ฟุตบอลยูโร 2024 จบลงด้วยการที่สเปนคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ตลอดทัวร์นาเมนต์นี้มีเรื่องให้จดจำมากมาย ทั้งเรื่องที่ดีและแย่ วันนี้ขอทวนความจำกันหน่อยว่าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีเรื่องอะไรที่ถูกบันทึกในความรู้สึกของแฟนบอลทั่วโลกบ้าง
เรื่องดีๆ
ถ้าว่ากันในมุมดีๆ บรรยากาศในยูโรครั้งนี้ได้รับคำชมอย่างมาก เพราะสีสันแฟนบอล เสียงเฮ คราบน้ำตา ในสนามฟุตบอลมาตรฐานของบุนเดสลีก้า เยอรมนี ที่คุ้นตาอยู่แล้ว การไม่มีโรคระบาดมาสร้างข้อจำกัดในการสนุกกับฟุตบอล ทำให้ยูโรเวอร์ชั่นเมืองเบียร์ประสบความสำเร็จในฐานอารมณ์ร่วมของแฟนบอลแบบเต็มๆ

มาตรฐานของผู้ตัดสินในครั้งนี้ถือว่ามีจังหวะปัญหาไม่เยอะนัก เพราะการใช้เทคโนโลยีมาช่วยตัดสินให้มีคำตอบมาตอบข้อกังขาของนักเตะ โค้ช แฟนบอลได้ชัดเจนมากขึ้น ถึงแม้จังหวะสุ่มเสี่ยงจะแฮนด์บอลในหลายเกมสำคัญ แต่ถ้ามองในภาพรวมแล้ว เชิ้ตดำครั้งนี้ก็ถือว่าตัดสินค้านสายตาน้อยกว่าในทัวร์นาเมนต์ก่อนๆ
ทีมเล็กแต่ใจใหญ่ก็มีให้เห็นหลายทีม จอร์เจียที่มาลุยยูโรครั้งแรก แต่ปล่อยของกันเต็มที่ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมได้ โรมาเนียที่เงียบไปนาน ก็เล่นแบบถวายหัว เรียกศรัทธาคืนจากแฟนบอลได้แล้ว ยูเครนที่อาจจะตกรอบแรก แต่การที่มี 4 แต้มแล้วตกรอบ ไม่ใช่เรื่องปกติ ต้องดวงแตกขนาดหนักเท่านั้น สโลวาเกีย, สโลวีเนีย ไม่ได้เป็นทีมไม้ประดับ สู้ไม่ถอย แพ้ยาก แต่ก็ต้องแข็งแกร่งกว่านี้ และม้ามืดอย่างตุรกีที่ไปไกลถึงรอบ 8 ทีม ก็ได้รับเสียงปรบมือมากมาย

นอกจากนั้นยูโร 2024 ยังเป็นเวทีแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการของนักเตะดาวรุ่งหลายคน ลามีน ยามาล ปีกกระทิงดุที่ฟอร์มแรงเกินต้าน ทุบสถิตินักเตะที่ยิงประตูอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ยูโรลงได้ ด้วยวัย 16 ปี 362 วัน คงยากที่ใครจะมาทำลายได้อีก อาร์ด้า กูแลร์ แนวรุกของตุรกี ยิงประตูสุดสวยและมีส่วนร่วมกับทีมชาติอย่างมากในทัวร์นาเมนต์นี้ ทั้งๆ ที่อายุเพียง 19 ปีเท่านั้น หรือ ค็อบบี้ เมนู กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่เล่นได้แข็งแกร่งเนียนตา และพิสูจน์ว่าการได้รับโอกาสในทีมชาติครั้งนี้ ไม่ได้มาจากกระแสหรือแรงเชียร์แต่อย่างใด มาจากฝีเท้าและมันสมองล้วนๆ
จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ นายทวารจอร์เจียกลายเป็นนายทวารหนึบสุดของทัวร์นาเมนต์ เพราะการเฝ้าเสา 4 เกม เขาเซฟไป 29 ครั้ง และเป็นคนแรกที่เซฟจังหวะอันตรายมากมายขนาดนี้ ขนาดที่ว่า บาร์ท แฟร์บรูกเก้น ผู้รักษาประตูเนเธอร์แลนด์ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ยังเซฟไป 18 ครั้งเท่านั้น เรียกได้ว่าเหนียวไม่เกรงใจใคร
เรื่องแย่ๆ
มุมไม่ดีก็คงเป็นเรื่องของผลงานซุปเปอร์สตาร์และชาติบิ๊กเนมเป็นส่วนใหญ่ อิตาลีเล่นได้ไม่สมการเป็นแชมป์เก่า แต่ก่อนยูโร 2024 จะเริ่ม พวกเขาก็ไม่ได้ถูกวางให้เป็นตัวเต็งอยู่แล้ว เพราะชื่อชั้นนักเตะไม่ได้เทียบกับชุดคว้าแชมป์ยูโร 2020 ได้เลย และผลก็ลงเอยตามคาด เมื่อแพ้สวิตเซอร์แลนด์ 0-2 ตกรอบ
เบลเยียมก็ไม่ได้แสดงออกถึงการเป็นทีมที่น่าเกรงขาม นับตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบ 16 ทีม แต่การแพ้ฝรั่งเศสที่มากับดวง ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านไวกว่าที่คิดไ้ว้เยอะ

สตาร์ดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงโปรตุเกส ยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้ตุงเดียวจากจุดโทษ และทั้งคู่ก็น่าจะไม่มีโอกาสได้เล่นในยูโรอีกแล้ว เพราะอายุอานามที่มากกันทั้งคู่ ส่วน คีเลียง เอ็มบัปเป้ กองหน้ากัปตันทีมชาติฝรั่งเศสที่ถูกยกให้เป็นตัวเต็งดาวซัลโว มาเจออาการจมูกหักเล่นงานตั้งแต่นัดแรก จนต้องใส่หน้ากาลงสนามหลังจากนั้น ซึ่งเจ้าตัวก็ยิงได้ประตูเดียวจากจุดโทษ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสง้างเท้าที่น่าจะเป็นประตูถึง 24 ครั้งก็ตาม

การรักษาความปลอดภัยของเจ้าภาพถูกวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อมีแฟนบอลบุกเข้าไปป่วน ไปขอถ่ายรูปกับนักเตะในสนามหลายต่อหลายแมตช์ โรนัลโด้กลายเป็นเป้าใหญ่ที่สุด เพราะในแมตช์เดียวมีแฟนบอลจะวิ่งเข้าไปถึงตัวเขาถึง 6 คนเลยทีเดียว ถึงแม้จะโดนตำหนิในหลายทาง แต่เจ้าภาพก็ยังแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะยังเห็นแฟนวิ่งเข้าไปในสนามได้ในรอบลึกๆ อยู่ดี
เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีเรื่องที่ดีและแย่ในทุกงานใหญ่ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายูโร 2024 ได้มอบความสุขให้กับคนที่หลังรักมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลได้มากมายจริงๆ

