กาลครั้งหนึ่ง ณ ปารีส : โอกาสที่พลาดไป
ความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งของคนที่เป็นนักข่าวกีฬา คือสักครั้งจะได้เข้าร่วมในมหกรรมที่ใหญ่ที่สุดอย่างโอลิมปิกเกมส์ กับเขาบ้าง
หลังจากที่ผ่านทัวร์นาเมนต์มามากมายหลายอย่าง ตั้งแต่กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ ไปจนถึงซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ หรือทัวร์นาเมนต์เล็กๆ ประปราย แต่หมุดมายสุดท้ายที่ครั้งหนึ่งต้องได้ไปสักครั้งก็คือโอลิมปิกเกมส์นี่แหละ
แน่นอนว่าความตื่นเต้นต้องมีอยู่แล้ว เพราะสมัยเด็กๆ เราจะได้ยินผ่านโทรทัศน์ว่านี่คือ มหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ แล้วนี่คือครั้งหนึ่งที่เราจะได้มีส่วนร่วมกับมัน
ต้องบอกว่าก่อนไปมีแต่ปัญหาถาโถมใส่ทัพนักกีฬาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของชุดทางการ ที่หลังจากมีภาพของ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย สวมชุดทางการออกมา ก็มีกระแสต่อต้านออกมาอย่างชัดเจนมาก
ซึ่งเดิมทีคาดกันว่าชุดนี้นักกีฬาจะสวมใส่เดินเข้าสู่สนามในพิธีเปิดการแข่งขันแต่พอเจอกับกระแสทางลบจึงทำให้ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ต้องกลับลำเปลี่ยนชุดเข้าร่วมพิธีเปิดเป็นชุดวอร์มของแกรนด์สปอร์ต แทน
ก็ต้องยอมรับว่าน่าเสียดายไม่น้อยเพราะในพิธีเปิดซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้โชว์ความเป็นไทยผ่านชุดที่สวมใส่ในสนามวันนั้น แถมชุดนั้นจะได้เปิดตัวผ่านการล่องเรือในแม่น้ำแซนอีกด้วย ช่างสวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดันเรื่อง ซอฟต์พาวเวอร์ เสียเหลือเกิน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าอับอายที่สุดอาจจะเป็นการออกมาตั้งโต๊ะแถลงของคีย์แมนโอลิมปิคไทยฯ ที่เหมือนจะออกมายอมรับความผิดพลาด แต่ทว่าระหว่างแถลงกลับโทษคนนั้นที คนนี้ที หนักข้อสุดก็คือการดูถูกชุดประจำชาติของคนอื่นเขา
แถวบ้านเรียกว่าเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโคตรวิกฤติก็ว่าได้
แต่เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้เหลืออีกแค่ปล่อยให้พิธีเปิดผ่านไป แล้วเริ่มต้นเชียร์นักกีฬาไทยกันดีกว่า
เพราะโอกาสที่พลาดไปแล้ว มันคงย้อนกลับมาแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้วเช่นกัน

