‘บิ๊กท็อป’ยันอีกไม่ขาย’ชัปปุยส์’-ลือ’กิเลน’ทุ่มค่าเหนื่อยล่อใจเดือนละล้าน

ตามที่มีการโหมกระแสข่าวระบุว่า “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยอดทีมของเมืองไทย เปิดโต๊ะเจรจากับสโมสรพันธมิตรอย่าง “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ในการกระชากตัวชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์รูปหล่อลูกครึ่งไทย-สวิส ขวัญใจสาวๆ ทั่วประเทศมาร่วมทีมผนึกกำลังกับขุนพลนักเตะทีมชาติไทยที่สโมสรระดมดึงตัวมาร่วมทัพแบบยกทีมไว้ก่อนหน้านี้ ภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน เพื่อนซี้ของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมฟุตบอล “ช้างศึก”

โดยรายงานระบุว่า เมืองทองฯพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยล่อใจชัปปุยส์เดือนละ 1 ล้านบาท เพื่อหวังมายืนมิดฟิลด์ตัวรับแทน “ตังค์” สารัช อยู่เย็น ที่บาดเจ็บหนักต้องพักยาว รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ของสโมสร รวมถึงหวังยอดจำหน่ายเสื้อของชัปปุยส์เป็นหลัก ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า การเจรจาของทั้งสองทีมคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% ซึ่งบิ๊กดีลครั้งนี้ต้องยุติสะเด็ดน้ำก่อนเวลา 00.00 น. ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันปิดตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก

“บิ๊กท็อป” นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี เปิดเผยว่า ขอยืนยันไม่มีข้อเสนอจากเมืองทอง ยูไนเต็ด หรือทีมใดๆ ยื่นคว้าชาริล ชัปปุยส์ ไปร่วมทัพ

“ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าข่าวออกมาได้อย่างไร และต้องพูดคำนี้ไม่รู้กี่รอบแล้วว่า สุพรรณบุรีไม่เคยได้รับข้อเสนอจากเมืองทองฯ รวมถึงทีมอื่นๆ ขณะนี้ชัปปุยส์ยังมีสัญญาอยู่กับเราถึงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ซึ่งเรามีแผนที่จะต่อออกไปอีก แต่ผมก็เข้าใจคนกุข่าวว่าคงอยากเล่นกับกระแส เพราะตลาดซื้อขายใกล้ปิด ก็คงคิดว่าลือๆ ไปหยั่งเชิง เผื่อว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นจริง” บิ๊กท็อปกล่าว

ขณะที่นายพาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่า กรณีนักเตะไทยย้ายทีม ตลาดนักเตะจะสิ้นสุดลงในเวลา 00.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ หากว่ามีนักเตะไทยที่เล่นให้กับทีมเก่าแล้วย้ายไปสู่ทีมใหม่ ทว่า ถ้าสโมสรใหม่มีตัวไทยไม่ครบ 30 คน สามารถที่จะลงเล่นได้ทันที เพราะในเลกๆ หนึ่งสามารถส่งรายชื่อนักเตะได้ 35 คน แบ่งเป็นคนไทย 30 คน และแข้งนอก 5 ราย แต่ถ้าส่งหลักฐานเวลา 00.01 น. หรือเข้าสู่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ จะไม่สามารถส่งหลักฐานขึ้นทะเบียนได้

 

บทความก่อนหน้านี้พระลูกวัดในยโสธร ฟ้องสอบว่าที่เจ้าอาวาส ไม่พบชื่อติดนักธรรมชั้นเอก
บทความถัดไปสนทนานักประชากรศาสตร์ อุปสรรคของนโยบายปั๊มลูก ทางสองแพร่งของ”คุณภาพvsปริมาณ”