กาลครั้งหนึ่ง ณ ปารีส : เป็นกำลังใจให้ ‘รัชนก’
และแล้วหนึ่งในนักกีฬาที่คนไทยให้กำลังใจมาโดยตลอดอย่าง “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ได้
แม้ว่าจะผ่านคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ไท่ ซื่อหยิง มาได้ในรอบแรก แต่ก็มาเจอเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง เกรกอเรีย มาริสก้า ตุนจุง เอาชนะในรอบ 8 คนสุดท้ายไปได้
มันเหมือนกับภาพรีย้อนกลับของโอลิมปิกเกมส์เมื่อ 3 ปีก่อน เพราะตอนนั้นเมย์ชนะตุนจุงในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะไปพ่ายให้กับไท่ ซื่อหยิง ในรอบ 8 คนสุดท้ายแทน
ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่านี่จะเป็นโอลิมปิกเกมส์สุดท้ายของรัชนกหรือไม่ เพราะหลังจากจบเกมเจ้าตัวก็ยังไม่กล้าพูดแบบเต็มปาก เพราะขอดูการแข่งขันไปเป็นปีๆ ก่อน ถ้าร่างกายพร้อมก็อาจจะมีครั้งหน้าได้
สิ่งสำคัญที่รัชนกยอมรับออกมาเลยคือต่อให้สภาพร่างกายพร้อมขนาดไหน แต่ก็เหมือนจิตใจที่ยังคงมีปัญหาอยู่เหมือนเคย
ซึ่งจากที่เห็นข้างสนามก็พอรู้เลยว่า หลังจากปิดเกมแรกกับตุนจุงไม่ได้ สถานการณ์พลิกทันทีแล้วจิตใจของรัชนกคือสิ่งที่เป็นรองตุนจุงชัดเจน
รัชนกเคยผ่านโอกาสที่ดีที่สุดในการจะเข้ารอบรองชนะเลิศ ในโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพราะเกือบจะเอาชนะ หวัง ซิน จากจีน ได้แล้ว แต่มาพลาดในช่วงสุดท้ายแค่นิดเดียว
แต่กับโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ที่เมย์พูดอยู่เสมอว่าไม่ได้หวังเหรียญ ขอแค่เล่นให้สนุกที่สุด แต่สุดท้ายสีหน้าของเธอหลังการแข่งขันมันก็บ่งบอกว่าตัวเองผิดหวังแค่ไหนกับการไปไม่ถึงฝันของตัวเองอีกครั้ง
แม้ว่ารัชนกจะเคยคว้าแชมป์โลกมาครองได้เมื่อปี 2013 รวมถึงแชมป์ระดับซุปเปอร์ซีรีส์อีกนับไม่ถ้วน แต่เหมือนว่าตัวรัชนกกับรายการระดับมหกรรม(ไม่นับซีเกมส์) จะเหมือนเป็นเส้นขนานกันไปเสียแล้ว
แต่ไม่ว่าผลงานในระดับมหกรรมของรัชนกจะเป็นอย่างไร เชื่อว่านี่คือนักกีฬาที่ยังคงเป็นขวัญใจคนไทยอยู่เสมอ และไม่มีคำติหรือวิจารณ์อะไร ต่อให้ผลงานจะไม่เป็นไปตามที่หวังก็ตาม
ก็ได้แต่หวังว่าเธอจะสู้ต่อไป อาจจะได้มาโอลิมปิกเกมส์อีกสักครั้ง
เพื่อล่าความฝันสุดท้ายอย่างแท้จริงก็ได้

