ไลล์สเผยติดโควิดก่อนแข่ง 2 วัน ทำชวดเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร
โนอาห์ ไลล์ส ลมกรดทีมชาติสหรัฐ เจ้าของเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ชาย ในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักวิ่งคนแรกต่อจากยูเซน โบลต์ ตำนานลมกรดชาวจาเมกา ที่สามารถคว้าเหรียญทองวิ่งระยะสั้นทั้ง 100 และ 200 เมตร ได้ในโอลิมปิกเกมหนเดียวกัน หลังจากเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 คว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร ชาย ทำเวลา 19.70 วินาที
ขณะที่เหรียญทองเป็นของเล็ตซิเล่ เตโบโก้ จากบอตสวานา ทำเวลา 19.46 วินาที ส่วนเหรียญเงินเป็นของเคนเน็ธ เบดนาเร็ก อีกหนึ่งนักวิ่งอเมริกัน ทำเวลา 19.62 วินาที
ต่อมามีรายงานว่า ไลล์สเพิ่งตรวจเจอว่าเป็นโควิด 2 วันก่อนแข่งขันอีเวนต์นี้ โดยก่อนแข่งก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย และต้องนั่งวีลแชร์ออกจากลู่วิ่งด้วย
ไลล์สให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาตอนตีห้า และรู้สึกไม่ดีมากๆ รู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่อาการล้าหรือปวดเมื่อยจากการลงแข่งวิ่ง 100 เมตร อย่างแน่นอน จึงต้องปลุกแพทย์ประจำทีมเพื่อตรวจ และโชคร้ายที่พบว่าตนติดโควิด ซึ่งอาการป่วยส่งผลกับผลงานในสนามของตัวเองอย่างแน่อน อย่างไรก็ตาม รู้สึกภูมิใจตัวเองอย่างมากที่ยังคว้าเหรียญทองแดงมาได้ทั้งที่เป็นโควิด
ไลล์สกล่าวต่อว่า หลังรู้ว่าติดโควิดก็พยายามปิดเรื่องนี้ มีแค่ทีมแพทย์ โค้ช แม่ของตนกับครอบครัวเท่านั้นที่รู้ เพราะไม่อยากให้คนอื่นตื่นตระหนก อยากให้ทุกคนสามารถลงแข่งขันได้ตามปกติ และแน่นอนว่าคุณย่อมไม่อยากให้คู่แข่งรู้ว่าคุณป่วยจนทำให้ตัวเองเสียเปรียบด้วย
ด้านสหพันธ์กรีฑาแห่งสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ โดยคำนึงถึงสุขภาพของไลล์สและนักกีฬาคนอื่นๆ ในทีมและคู่แข่งเป็นสำคัญ โดยวางมาตรการเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถทำการแข่งขันได้ตามปกติ สำหรับไลล์สนั้น หลังจากตรวจโดยละเอียดแล้ว เจ้าตัวต้องการที่จะลงแข่งขัน ซึ่งสหพันธ์ก็เคารพในการตัดสินใจ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

