หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ รัฐบาลจัดงานเ...

รัฐบาลจัดงานเลี้ยงทัพโอลิมปิกเกมส์ แจกอัดฉีดรวม 65.9 ล้านบาท

16.08.24 | 15:39 น.

รัฐบาลจัดงานเลี้ยงทัพโอลิมปิกเกมส์ แจกอัดฉีดรวม 65.9 ล้านบาท

หลังจากทัพนักกีฬาไทยปิดฉากผลงานในศึกโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน 2024 “ปารีส 2024” ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยผลงาน 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง จบอันดับ 44 จากประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน 206 ประเทศ โดย 1 เหรียญทองได้มาจาก “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เทควันโดรุ่น 49 กก.หญิง / 3 เหรียญเงิน จาก “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ แบดมินตัน ชายเดี่ยว, “ฟ่าง” ธีรพงศ์ ศิลาชัย ยกน้ำหนัก รุ่น 61 กก.ชาย, “เวฟ” วีรพล วิชุมา ยกน้ำหนัก รุ่น 73 กก.ชาย / 2 เหรียญทองแดง จาก “ออย” สุรจนา คำเบ้า ยกน้ำหนัก รุ่น 49 กก.หญิง และ “บี” จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง มวยสากล รุ่น 66 กก.หญิง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) จัดขบวนแห่ฉลองชัยนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล ไปตามเส้นทางต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มขบวนแห่ฉลองความสำเร็จนักกีฬาไทย ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ บ้านอัมพวัน มีพิธีอัญเชิญของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานของขวัญ ช่อดอกไม้ และกระเช้า ให้กับนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลสร้างความปลื้มปิติเป็นล้นพ้น และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬาและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า หลายสมาคมฯ ประสบความสำเร็จทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ และทำให้นานาประเทศได้เห็นถึงศักยภาพของนักกีฬาทีมชาติไทย ซึ่งทัพนักกีฬาไทยยังสามารถรักษามาตรฐานผลการแข่งขันกีฬาระดับโลกไว้ได้อย่างงดงาม และยังได้สร้างชื่อเสียงจากการได้รับเหรียญรางวัลรวม มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิกเหรียญทอง 2 สมัยติดต่อกัน นับเป็นนักกีฬาคนแรกของไทย และเป็นประวัติศาสตร์ที่จะต้องถูกจารึกไว้ เชื่อว่าผลงานครั้งนี้ สะท้อนความสำเร็จได้ตามเป้า อันเกิดจากนโยบายสำคัญ ที่ตนให้ไว้โดยเฉพาะเรื่องการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามนักกีฬายังคงต้องมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ทุกสมาคมจะต้องนำประสบการณ์จากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ไปปรับปรุงแก้ไข และถอดบทเรียนเพื่อสร้างผลงานให้ดียิ่งขึ้น ในรายการแข่งขันอื่นๆ ต่อไป ฝากให้สมาคมกีฬามุ่งใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มีมาตรฐานสากล อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยยกระดับผลงานของนักกีฬาทุกประเภท ให้ดียิ่งๆขึ้น รวมถึงมาตรการป้องกันการใช้สารต้องห้ามจะต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และเด็ดขาดด้วยเช่นกัน

Advertisement

จากนั้นเป็นขบวนแห่ฉลองชัยนักกีฬาไทยเริ่มจากเลี้ยวซ้ายออกจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เลี้ยวซ้ายตรงแยกเพื่อเลี้ยวเข้า ถนนพิษณุโลกตรงไปตามถนนพิษณุโลก จนถึงแยกสวนมิสกวัน เลี้ยวขวาแยกสวนมิสกวัน เพื่อเข้าถนนราชดำเนินนอกเลี้ยวขวาแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าถนนราชดำเนินกลางตรงผ่าน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นมุ่งตรงเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตลอดเส้นทางขบวนแห่ฉลองชัยประชาชนต่างร่วมแสดงความยินดี และเฉลิมฉลองความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทย

ต่อด้วยรัฐบาลไทย จัดงานเลี้ยงฉลองชัยมอบเงินรางวัล และแสดงความยินดี ให้แก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลความสำเร็จของนักกีฬา โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมนักกีฬาเข้าร่วม

สำหรับเงินรางวัลที่นักกีฬาแต่ละคนจะได้รับจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ รูปแบบแรก เหรียญทอง 12 ล้านบาท, เหรียญเงิน 7.2 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 4.8 ล้านบาท (จ่ายเป็นเงินก้อนอัตราร้อยละ 50 ส่วนอีกร้อยละ 50 แบ่งจ่ายเป็นรายเดือนในระยะเวลา 4 ปี) รูปแบบที่ 2 คือ การแบ่งจ่ายเป็นเงินก้อนทั้งหมดในครั้งเดียว เหรียญทอง ได้ 10 ล้านบาท, เหรียญเงิน 6 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 4 ล้านบาท ซึ่งนักกีฬาที่มีสิทธิ์เลือกรับเงินรางวัลรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

ขณะเดียวกันคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ จะมอบเงินเดือนให้นักกีฬา เป็นระยะเวลา 20 ปี โดย เหรียญทอง ได้รับเงินเดือนในอัตรา เดือนละ 12,000 บาท (รวมเป็นเงิน 2.88 ล้านบาท), เหรียญเงิน ได้รับเงินเดือนในอัตรา เดือนละ 10,000 บาท (รวมเป็นเงิน 2.4 ล้านบาท) และเหรียญทองแดง ได้รับเงินเดือนในอัตรา เดือนละ 8,000 บาท (รวมเป็นเงิน 1.92 ล้านบาท) โดยนักกีฬาจะได้รับเงินเดือนดังกล่าวทันทีในเดือนถัดไป หลังจากที่คว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์

สรุปรัฐบาลไทยมอบเงินรางวัลให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยรวมทั้งสิ้น 43,200,000 บาท จำแนกดังนี้ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด เหรียญทอง ได้รับเงินรางวัล รวมเป็นเงิน 12,000,000 บาท / กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตัน เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัล รวมเป็นเงิน 7,200,000 บาท / ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักกีฬายกน้ำหนัก เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัล รวมเป็นเงิน 7,200,000 บาท / วีรพล วิชุมา นักกีฬายกน้ำหนัก เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัล รวมเป็นเงิน 7,200,000 บาท / สุรจนา คำเบ้า เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัล รวมเป็นเงิน 4,800,000 บาท / จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักกีฬามวยสากล เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัล รวมเป็นเงิน 4,800,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีเงินรางวัลในส่วนผู้ฝึกสอน และสมาคมที่ได้รับเหรียญรางวัล จำนวน 4 สมาคมกีฬา รวมเป็นเงิน 18,000,000 บาท สมาคมกีฬาแบดมินตันฯ 3 ล้านบาท / สมาคมกีฬาเทควันโด 5 ล้านบาท / สมาคมกีฬามวยสากลฯ 2 ล้านบาท / สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นฯ 8 ล้านบาท

ทั้งนี้รัฐบาลไทยยังมอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาฯ ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 พื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทั้ง 47 คน อีกคนละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 4.7 ล้านบาท

รวมเงินที่รัฐบาล มอบให้กับนักกีฬาและสมาคมฯ ทั้งหมดรวม 65.9 ล้านบาท ทั้งนี้เงินรางวัลดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์อุดหนุนเงินรางวัลให้กับนักกีฬาที่้ประสบความสำเร็จของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) โดยยังไม่รวมกับภาคเอกชนที่ทยอยมอบเงินรางวัลให้กับนักกีฬา

จากนั้นได้มีพิธีกดโอนเงินให้กับนักกีฬาแบบเรียลไทม์ นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์), ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้นักกีฬาได้รับเงินรางวัลแบบสดๆ บนเวทีอีกด้วย

นายสุริยะ กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานงานเลี้ยงฉลองชัยมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีกับนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ งานวันนี้จะสมบูรณ์กว่านี้เพราะว่าท่านอดีตนายก นายเศรษฐา ทวีสิน ตั้งใจจะมาจัดงานเลี้ยงด้วยตัวเอง

“อย่างไรก็แล้วแต่ขอแสดงความชื่นชมผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จและเกียรติประวัติให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่พี่น้องชาวไทยทุกคน ความสำเร็จของนักกีฬาเป็นผลมาจากการเสียสละกำลังกาย กำลังใจ ของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของนักกีฬาอย่างเป็นที่ประจักษ์กับนานาประเทศ ขอชื่นชมการปฏิบัติงานของผู้จัดการทีม, ผู้ฝึกสอน, สมาคม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประเทศไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้ จะเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง พัฒนาความสามารถ เพื่อประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งต่อๆ ไป”

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ทางรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนด้านกีฬาอย่างเต็มที่โดยจะพยายามให้เกิดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อใช้ในการพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ อันจะทำให้การกีฬาของชาติ สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างทัดเดียม เผยแพร่กีฬาไปสู่เยาวชนและประชาชนให้สนใจในการเล่นกีฬาให้มากที่สุด สำหรับคนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าผลงานที่สร้างไว้เป็ยเกียรติประวัติของประเทศ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ในการพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศและอาชีพต่อไปในอนาคต ตัวแทนนักกีฬาไทย เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ขอให้รักษาความดีและเกียรติยศที่ได้รับเอาไว้นี้ให้มั่นคงสืบไป

“ในท้ายนี้ ผมเห็นนักกีฬาทุกคนที่เข้าร่วมทุกคน เสียสละเวลาฝึกซ้อมหลายปี ทั้งคนที่ได้เหรียญหรือคนที่ไม่ได้เหรียญ จึงจะมอบเงินอัดฉีดให้กับคนที่ไม่ได้รับเหรียญเป็นการส่วนตัวอีกคนละ 20,000 บาท นอกจากนี้จะมีการอัดฉีดจากภาคเอกชนได้แก่ แอโร่ซอฟท์ สำหรับคนที่ได้รับเหรียญ เหรียญทอง 3 ล้านบาท, เหรียญเงิน 2 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 1 ล้านบาท กับนักกีฬาที่ไม่ได้เหรียญอีกคนละ 30,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจอีกด้วย” นายสุริยะ กล่าวปิดท้าย