KBU POLL เผยคนส่วนใหญ่ชี้ถ้ายกเลิกจัดอินดอร์เกมส์ กระทบภาพลักษณ์ประเทศ
จากการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์มาร์เชียลอาตส์เกมส์ ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 21-30 พฤศจิกายน 2567 แต่เกิดปัญหาโดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงสร้างความไม่แน่นอนว่าประเทศไทยจะรับเป็นเจ้าภาพต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและสะท้อนมุมมองของประชาชน KBU SPORT POLL มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ร่วมกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) จึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง “ประเทศไทยกับเจ้าภาพเอเชี่ยนอินดอร์มาร์เชียลอาตส์เกมส์”
สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,104 คน โดยแบ่งเป็นเพศชาย 724 คนคิดเป็นร้อยละ 65.58 เพศหญิง 380 คนคิดเป็นร้อยละ 34.42 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆ โดยภาพรวมพบว่า
โอกาสและความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะเดินหน้าจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 46.40 แล้วแต่การตัดสินใจของรัฐบาล รองลงมาร้อยละ 21.90 มีโอกาสมาก, ร้อยละ 18.20 มีโอกาสน้อย, ร้อยละ 10.50 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 3.00 ไม่มีโอกาสเลย
ผลดีจากการจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 31.30 สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ให้ประเทศ, รองลงมาร้อยละ 27.80 นักกีฬาได้แสดงผลงานและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ, ร้อยละ 21.90 เกิดการกระตุ้นด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว, ร้อยละ 11.40 เกิดการตื่นตัวและสร้างแรงจูงใจทางการกีฬาของประชาชน, ร้อยละ 6.10 พัฒนาสนามการแข่งขันและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และอื่นๆ ร้อยละ 1.50
ผลเสียจากการยกเลิกการจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 33.10 ขาดความน่าเชื่อถือและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ, รองลงมาร้อยละ 25.90 นักกีฬาขาดโอกาสในการแสดงผลงานและสร้างชื่อเสียง, ร้อยละ 16.30 เสียโอกาสการส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว, ร้อยละ 12.60 สูญเสียงบประมาณและทรัพยากรในการเตรียมการ ร้อยละ 9.70 ความรับผิดชอบต่อค่าเสียหาย และอื่นๆร้อยละ 2.40
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นว่ามหกรรมกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์มาร์เชียลอาตส์เกมส์ ที่ประเทศไทยรับอาสาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจะเดินหน้าไปต่อหรือพอแค่นี้ คงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลเป็นสำคัญ
แต่ขณะเดียวกันจากปรากฎการณ์ต่างๆ เมื่อนำมาผนวกกับประโยชน์และผลดีภายใต้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะการสร้างผลงานของนักกีฬา ตลอดจนการกระตุ้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อไปก็มียังโอกาสมากเช่นกัน
ในทางกลับกันหากมีการยุติการจัดการแข่งขันผลกระทบ หรือความเสียหายที่จะตามมาก็คงเป็นไปดังที่กลุ่มตัวอย่างสะท้อนให้เห็นเช่นกัน และที่สำคัญขณะที่เกิดรอยต่อระหว่างรัฐบาลเก่ากับรัฐบาลใหม่ การสร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้ต่างชาติเห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นที่ไทยจะเดินหน้าจัดการแข่งขันรัฐบาลใหม่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพึงตระหนัก และเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด


