ก้องศักด ย้ำนักกีฬาไทยไม่ถูกแบน เร่งใช้ซีเกมส์กู้ภาพลักษณ์กลับมา

20.08.24 | 14:53 น.

ก้องศักด ย้ำนักกีฬาไทยไม่ถูกแบน เร่งใช้ซีเกมส์กู้ภาพลักษณ์กลับมา

หลังจากที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) มีหนังสือยกเลิกจัดการแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 21-30 พฤศจิกายน 2567 เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณล่าช้า และกระชั้นชิดเกินไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการพิจารณางบประมาณที่ล่าช้า แต่เรามีความตั้งใจที่จะจัดการแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์ มาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ตามกำหนดเดิมจริง แต่จากกรอบเวลาทำให้โอซีเอมองว่ากระชั้นชิดเกินไป และยังให้โอกาสไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพครั้งต่อๆ ไป

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อว่า ได้มีการประเมินผลกระทบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องชดเชยจากการไม่จัดการแข่งขันบ้างหรือยังนั้น ผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า ตอนนี้ทีมงานกำลังทำตัวเลขกันอยู่ พื้นฐานจะมาจากการเซ็นสัญญาเมืองเจ้าภาพ (Host City Contract) ว่าเราเซ็นอะไรไปบ้าง แต่ด้วยความที่โอซีเอเป็นผู้เสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพ จึงไม่มีการระบุค่าปรับเอาไว้ มีแค่ค่าชดเชยต่างๆ ตามความเป็นจริง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านไอทีที่ได้มีการจ่ายไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นจำนวนเงินที่มากนัก การประเมินเบื้องต้นอยู่ในหลักไม่ถึง 100 ล้านบาท

ดร.ก้องศักดกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่จะต้องชดเชยชาติต่างๆ ที่มีการเตรียมตัวไว้แล้วนั้นก็ต้องมาดูในแง่กฎหมายก่อน เพราะประเทศไทยตั้งใจจะจัดการแข่งขันและเตรียมตามขั้นตอน การยกเลิกเพราะโอซีเอไม่มั่นใจเนื่องจากยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณ และในสัญญาก็ไม่มีระบุไว้ว่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ดังนั้น ก็ต้องมาดูข้อเรียกร้องกันอีกที ถ้ามีก็พิจารณาตามกฎหมายว่าอะไรอยู่ในขอบเขตที่ต้องชดใช้บ้างเพราะเราไม่มีความตั้งใจจะผิดสัญญาอยู่แล้ว

Advertisement

“ในเรื่องของการถูกแบนจากการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันกีฬาระดับนานาชาตินั้น ตามสัญญาการเป็นเจ้าภาพ หรือ Host City Contract ไม่ได้มีเงื่อนไขนี้ระบุไว้ นักกีฬาไทยยังแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และ โอลิมปิกเกมส์ได้ตามปกติ” บิ๊กก้องกล่าว

ดร.ก้องศักดกล่าวอีกว่า ในส่วนผลกระทบด้านภาพลักษณ์ประเทศไทย ในส่วนของโอซีเอ ในจดหมายระบุชัดเจนว่าถ้าไทยยังอยากเป็นเจ้าภาพ โอซีเอก็พร้อมพิจารณาข้อเสนอ นั่นหมายถึงเขายังยินดีให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพกีฬาที่โอซีเอเป็นเจ้าของอยู่ หรือยูธโอลิมปิกเกมส์ เราก็ต้องอธิบายกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ว่าประเทศไทยมีความพร้อมและจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ส่วนซีเกมส์เป็นเรื่องของมนตรีซีเกมส์ อาจจะมีข้อกังขาว่าประเทศไทยจะพร้อมจัดซีเกมส์หรือไม่ ไทยก็จะต้องสร้างความเชื่อมั่นว่ามีการเตรียมการแต่เนิ่นๆ

“เราจะต้องกู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยกลับมา แสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมการต่างๆ ว่าเรามีความพร้อมอย่างไรบ้าง เราจะมีซีเกมส์ให้พิสูจน์ตัวเอง ซึ่งทาง กกท.เสนอให้ตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันไว้แล้ว โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะต้องรีบประชุมอนุมัติแผนงาน เพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยพร้อม ลบภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ฯ ออกไป ทั้งการจัดการ หรืองบประมาณ ทำให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับมหกรรมใหญ่ๆ ที่เป็นเจ้าภาพ” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว

บิ๊กก้องกล่าวว่า การยกเลิกจัดอินดอร์เกมส์ก็มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ในแง่บวกเราสามารถทุ่มงบประมาณในการจัดซีเกมส์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทำทุกอย่างให้ชัดเจน ต้องให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1-2 เดือนนี้ ส่วนเรื่องเสียก็คือภาพลักษณ์ที่จะต้องทำงานหนักขึ้น กอบกู้ภาพลักษณ์กลับมา อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยที่จะสร้างความมั่นใจ กำหนดแผน ความชัดเจน งบประมาณ เพื่อเตรียมซีเกมส์ให้เร็วที่สุด สร้างความมั่นใจกลับมา

ดร.ก้องศักดิ์กล่าวเสริมว่า ในส่วนของนักกีฬา การลงทุนเตรียมนักกีฬาที่ผ่านมาจะไม่เสียประโยชน์แน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีอีเวนต์แข่งขันหลายรายการ การเก็บตัวก็ถือว่านักกีฬาได้ประโยชน์ ได้พัฒนาศักยภาพ แต่นักกีฬาเสียโอกาสที่จะชิงเหรียญรางวัลในรายการนี้ ทาง กกท.ก็มีแผนที่จะชดเชยให้กับทั้ง 38 สมาคม ให้ทำแผนส่งนักกีฬาแข่งขันระดับนานาชาติมาแทน ดูว่าแต่ละสมาคมมีรายการอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบมากนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ในวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 11.00 น. ถึงประเด็นการยกเลิกเป็นเจ้าภาพและแนวทางการสนับสนุน, ส่งเสริม กิจกรรมของสมาคม ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการแข่งขัน

สำหรับเอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ มีกำหนดจัดการแข่งขันปลายปี 2564 แต่ถูกเลื่อนไปในปี 2565 เนื่องจากปัญหาโควิด-19 และเลื่อนอีกครั้งในปี 2565 ไปปี 2566 จากกรณีเดียวกัน ก่อนจะมีการขยับจากปี 2566 ไปปี 2567 เนื่องจากระยะเวลาในการเตรียมนักกีฬาไม่เพียงพอ และล่าสุดมีการเลื่อนจาก ก.พ.2567 ไป พ.ย.2567 เนื่องจากต้องการเวลาในการเตรียมนักกีฬาไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปารีสก่อน กระทั่งล่าสุด โอซีเอตัดสินใจยกเลิกการจัดการแข่งขันรายการนี้จากปัญหาดังกล่าว