เดอ บรอยน์ จวกฟีฟ่า-ยูฟ่า เห็นแก่เงินมากกว่าสุขภาพนักบอล ผุดโปรแกรมเตะไม่หยุด
เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และกัปตันทีมชาติเบลเยียม ออกมาวิจารณ์สององค์กรลูกหนังระดับโลก ทั้งสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ที่ตัดสินใจเพิ่มโปรแกรมเตะหลายรายการเพื่อหารายได้เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลที่ผ่านๆ มา ว่า ปัญหาเรื่องโปรแกรมเตะที่เพิ่มขึ้นทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ บางทีปีนี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบอะไร แต่ปีหน้าน่าจะเป็นปัญหาอย่างแน่นอน โดยน่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนหลังจบการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกในปีหน้า เนื่องจากพอจบศึกคลับเวิลด์คัพเพียง 3 สัปดาห์ พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ก็จะเปิดฤดูกาลแล้ว เท่ากับว่าเราจะมีเวลาพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่เพียง 3 สัปดาห์ ซึ่งอาจหมายถึงเกมเตะอีก 80 นัดที่กำลังจะมาถึง
เดอ บรอยน์ กล่าวต่อว่า สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (พีเอฟเอ) และองค์กรในส่วนของนักฟุตบอลหลายองค์กรพยายามจะหาแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ประเด็นคือทั้งฟีฟ่าและยูฟ่าเอาแต่จะเพิ่มโปรแกรมเตะเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้หลายคนเป็นห่วง และยังไม่สามารถหาแนวทางแก้ปัญหาได้ ดูเหมือนว่าตอนนี้เรื่องเงินๆ ทองๆ จะเสียงดังกว่าเสียงของนักฟุตบอลเสียแล้ว
ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม สหภาพนักฟุตบอลอาชีพ (ฟิฟโปร) ได้ยื่นหนังสือประท้วงไปยังสหภาพยุโรป (อียู) เรื่องการเพิ่มโปรแกรมเตะของฟีฟ่า และฟิฟโปรก็ออกแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นักเตะบางคนมีเวลาพักน้อยมาก ประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ของเวลา 1 ปี เนื่องจากองค์กรที่รับผิดชอบไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของนักเตะ พร้อมเรียกร้องให้กำหนดเพดานจำนวนแมตช์แข่งขันหรือจำนวนวันพักของนักฟุตบอลแต่ละคน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของนักเตะ

