หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ แบนกรรมการทำห...

แบนกรรมการทำหน้าที่ผิดพลาดเกมไทยลีก ‘ราชบุรี’ พบ ‘การท่าเรือ’

11.09.24 | 22:00 น.

แบนกรรมการทำหน้าที่ผิดพลาดเกมไทยลีก ‘ราชบุรี’ พบ ‘การท่าเรือ’

เมื่อวันที่ 10 กันยายน คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 5 ประจำฤดูกาล 2567/68 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนเหตุการณ์ ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน และ เหตุการณ์ผิดปกติในการแข่งขันฟุตบอล ดังนี้

การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการไทยลีก 1 คู่ระหว่างสโมสรราชบุรี เอฟซี พบ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

ในนาทีที่ 90+2 ผู้ตัดสินได้ตัดสินใจคาดโทษ (ใบเหลือง) ให้กับผู้รักษาประตูหมายเลข 99 นายกัมพล ปฐมอรรฆย์กุล สโมสรราชบุรี เอฟซี จากจังหวะที่มีการเข้าไปปะทะใส่ผู้เล่นหมายเลข 14 นายธีรศักดิ์ เผยพิมาย สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ที่ได้เตะบอลออกไปแล้วตรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของสโมสรราชบุรี เอฟซี ต่อมา VAR ได้ทำการตรวจสอบและเรียกผู้ตัดสินมา (On-field review) เนื่องจากเห็นว่าอาจเข้าข่ายเป็นกรณี DOGSO หลังจากผู้ตัดสินได้ทำการตรวจสอบแล้ว ผู้ตัดสินได้ตัดสินใจยกเลิกการคาดโทษ (ใบเหลือง) และเปลี่ยนเป็นไล่ออก (ใบแดง) กับผู้รักษาประตูหมายเลข 99 นายกัมพล ปฐมอรรฆย์กุล สโมสรราชบุรี เอฟซี แทน

เนื่องจากจังหวะที่มีการแย่งชิงบอลกันนั้น ผู้เล่นที่กระทำผิดคือ ผู้เล่นหมายเลข 15 นายอดิศร พรหมรักษ์ สโมสรราชบุรี เอฟซี ที่ใช้มือทั้งสองผลักใส่ผู้เล่นหมายเลข 14 นายธีรศักดิ์ เผยพิมาย สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ก่อนจนล้มลง ไม่ใช่เป็นการกระทำผิดของผู้รักษาประตูหมายเลข 99 นายกัมพล ปฐมอรรฆย์กุล สโมสรราชบุรี เอฟซี แต่อย่างใด ซึ่งความผิดที่กระทำเป็นเพียงการหยุดโอกาสในการรุกของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น (ใบเหลือง) ไม่ใช่เป็นการป้องกันโอกาสในการทำประตูของฝ่ายตรงข้ามอย่างชัดเจน (ใบแดง) เพราะหลังจากที่ผู้เล่นหมายเลข 14 นายธีรศักดิ์ เผยพิมาย สโมสรการท่าเรือ เอฟซี เตะลูกบอลออกไปแล้ว ยังมีผู้เล่นหมายเลข 4 นายโจนาธาร เข็มดี สโมสรราชบุรี เอฟซี ที่อยู่ใกล้สามารถมาแย่งชิงลูกบอลได้ จึงไม่เข้าองค์ประกอบ DOGSO

Advertisement

ลงโทษนายอนุสรณ์ หนูแก้ว ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (2) ภาคทัณฑ์ เนื่องจากไม่ได้คาดโทษ (ใบเหลือง) ผู้เล่นหมายเลข 15 นายอดิศร พรหมรักษ์ สโมสรราชบุรี เอฟซี ซึ่งเป็นผู้เล่นที่กระทำผิดในเหตุการณ์ดังกล่าว และ ลงโทษนายอนุสรณ์ หนูแก้ว ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ ที่ให้ใบแดงผู้รักษาประตูหมายเลข 99 นายกัมพล ปฐมอรรฆย์กุล สโมสรราชบุรี เอฟซี

ลงโทษ นายวินัด โพธิ์พัฒน์ ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณี DOGSO ไม่ถูกต้อง และทำให้การแทรกแซงของ VAR ไม่เป็นไปตามหลัก VAR Protocol ทำให้อาจมีผลต่อการแข่งขันกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล

การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการลีก คัพ คู่ระหว่างสโมสรปัตตานี เอฟซี พบ สโมสรนรา ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

1) นาทีที่ 87 กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ที่นั่งอยู่อัฒจันทร์ฝั่งคบเพลิง เป็นที่นั่งที่จัดไว้สำหรับกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ตามแผนผังสนาม ไม่พอใจผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ได้ขว้างขวดน้ำลงพื้นบริเวณลู่วิ่ง จำนวน 1 ขวด ต่อมานาทีที่ 88 กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ไม่พอใจผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ได้ขว้างขวดน้ำลงมาในสนามแข่งขัน การกระทำทั้งสองเหตุการณ์เป็นการกระทำต่อเนื่องกัน เป็นการขว้างปาวัสดุใด ๆ ลงไปในสนามแข่งขัน ปรากฏคลิปเหตุการณ์ชัดเจน

2) ในการแข่งขันนัดนี้ มีผู้ชม 7,500 คน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 10 นาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 40 คน ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน ภาคผนวกที่ 4 ข้อ 2.1.2 ระบุว่า “การรักษาความปลอดภัยในการจัดการแข่งขัน กรณีที่ผู้ชมไม่เกิน 500 คน ต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้อย่างน้อย 2 นาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้อย่างน้อย 5 คน หากเกินจำนวนดังกล่าว ต้องเพิ่มจำนวนตามสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของผู้ชม 100 คนต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน…” กรณีดังกล่าว องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้า ไม่ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน ภาคผนวกที่ 4 ข้อ 2.1.2 มีข้อบกพร่องในระบบงานรักษาความปลอดภัย

1) ลงโทษกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ขว้างปาวัสดุใด ๆ ลงไปในสนามแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงิน 10,000 บาท

2) ลงโทษสโมสรปัตตานี เอฟซี บกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยในมาตรการห้ามและตรวจเช็คการพกพาหรือนำวัสดุที่อาจแปรสภาพใช้เป็นสิ่งของทำร้ายกัน หรือก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น ขวดน้ำ เข้าไปในสถานที่จัดการแข่งขันหรืออัฒจันทร์ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (1) ปรับเงิน 10,000 บาท

3) ลงโทษสโมสรปัตตานี เอฟซี ไม่ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.18 (3) ปรับเงิน 10,000 บาท

การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการลีก คัพ คู่ระหว่างสโมสรอุบล ครัวนภัส เอฟซี พบ สโมสรอุดร ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

ในนาทีที่ 46 สโมสรอุบล ครัวนภัส เอฟซี เปลี่ยนตัว ผู้เล่นหมายเลข 15 นายพีรพล ทองล้วน ลงทำการแข่งขันแทน ผู้เล่นหมายเลข 9 Mr.Jibril Antala Abubker จนถึงนาทีที่ 48 ผู้ประเมินผู้ตัดสินและผู้ควบคุมการแข่งขันได้มีการทักท้วง ว่าผู้เล่นหมายเลข 15 นายพีรพล ทองล้วน ไม่มีรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลสำรอง จึงได้ทำการแก้ไขในนาทีที่ 49 โดยเปลี่ยนตัวผู้เล่นหมายเลข 19 นายวิษณุ เชิดชู ลงทำการแข่งขันแทน ซึ่งผู้เล่นหมายเลข 15 นายพีรพล ทองล้วน ไม่ได้มีรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลสำรองและตัวจริง ตามรายชื่อที่ยื่นไว้ก่อนการแข่งขัน จึงถือว่าสโมสรอุบล ครัวนภัส เอฟซี นำนักกีฬาฟุตบอลที่ไม่มีสิทธิลงทำการแข่งขันในนัดนั้น ลงสนามแข่งขัน

ลงโทษสโมสรอุบล ครัวนภัส เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.12 ให้ปรับสโมสรอุบล ครัวนภัส เอฟซี แพ้ สโมสรอุดร ยูไนเต็ด ประกอบกับบทที่ 3 ของระเบียบดังกล่าว ข้อความว่า “ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู” จึงลงโทษปรับสโมสรอุบล ครัวนภัส เอฟซี แพ้ สโมสรอุดร ยูไนเต็ด 0 ประตูต่อ 3

การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการลีก คัพ คู่ระหว่างสโมสรฟุตบอลราชนาวี พบ สโมสรฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

ในนาทีที่ 83 (เวลา 19:40 น.) ในการแข่งขันครึ่งเวลาหลัง ได้เกิดไฟฟ้าดับลงในสนาม ทางผู้ควบคุมการแข่งขันจึงได้แจ้งทั้งสองทีมตามกฎระเบียบการแข่งขันเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างสำหรับใช้ส่องสว่างสนามขัดข้องจนไม่สามารถดำเนินการแข่งขันได้ ตามกฎระเบียบการแข่งขันไฟฟ้าขัดข้องเป็นเวลารวมกันทั้งหมดเกิน 60 นาที จึงดำเนินการจับเวลา ทางเจ้าหน้าที่ทีมเจ้าบ้าน สโมสรฟุตบอลราชนาวี เอฟซี จึงรีบดำเนินการแก้ไข และทางผู้ควบคุมการแข่งขันได้ประสานแจ้งทาง Match Center เป็นระยะ ในนาทีที่ 27 ของการจับเวลา ( เวลา 20:07 น.) ไฟฟ้าส่องสว่างกลับมาติดอีกครั้งแต่ยังไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากสว่างไม่เพียงพอ ผู้ตัดสินไม่สามารถตัดสินได้ หลังจากนั้นไฟได้ดับไปทุกดวงเป็นครั้งที่ 2 ผู้ควบคุมการแข่งขันได้จับเวลาต่อไป จนดำเนินการจับเวลาเกิน 60 นาที (จับเวลาได้ 67 น.) ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขให้ทำการแข่งขันได้ จึงจำเป็นที่จะต้องยุติการแข่งขัน โดยให้กรรมการแจ้งให้กัปตันทั้งสองทีม ผู้จัดการทีมทั้งสองทีม รับทราบ กรรมการจึงได้ทำการยุติการแข่งขัน ได้สอบถามสาเหตุที่ไฟฟ้าดับกับเจ้าหน้าที่ดูแลสนาม ได้ทำการแจ้งว่าเกิดจากไฟกระชาก ทำให้ระบบการจ่ายไฟไม่ครบสามเฟส เนื่องจากไฟฟ้าตก เพื่อที่จะทำการแก้ไขโดยเปลี่ยนไปใช้การจ่ายไฟจากรถปั่นไฟที่เตรียมสแตนบายไว้ ตรวจสอบพบว่าสายไฟของเครื่องปั่นไฟโดนตัด จึงไม่สามารถจ่ายไฟทดแทนไฟปกติได้ จึงทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ จนเกินเวลา 60 นาท

คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ พิจารณาจากรายงานผู้ควบคุมการแข่งขัน แล้วเห็นว่า กรณีไฟฟ้าส่องสนามขัดข้อง ไม่สามารถแก้ไขได้ทันเป็นระยะเวลารวมกันทั้งหมดเกินกว่า 60 นาที และ กรณีสายไฟของเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองโดนตัดนั้น การตีความว่าเหตุใดจะเป็นสุดวิสัยนั้น จะต้องเป็นเหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แต่ทั้งสองกรณี เป็นความรับผิดชอบของทีมเหย้าที่ต้องตรวจสอบและระมัดระวังเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน และต้องเตรียมมีเจ้าหน้าที่เทคนิคที่มีความชำนาญคอยดูแลอยู่ด้วย ทั้งสองกรณีจึงถือว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย

1) ลงโทษสโมสรฟุตบอลราชนาวี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.1.10 (2) ให้ปรับสโมสรฟุตบอลราชนาวี แพ้ สโมสรฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี ประกอบกับบทที่ 3 ของระเบียบดังกล่าว ข้อความว่า “ข้อกำหนดบทลงโทษเรื่องการปรับแพ้ ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ โดยให้นับประตูเสียตามที่เสียจริง หากเสียน้อยกว่า 3 ประตู ให้นับประตูเสียเป็น 3 ประตู ส่วนประตูได้ให้ปรับเป็น 0 ประตู” จึงลงโทษปรับสโมสรฟุตบอลราชนาวี แพ้ สโมสรฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี 0 ประตูต่อ 3

2) ลงโทษสโมสรฟุตบอลราชนาวี เครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองไม่สามารถใช้การได้ โดยไม่ใช่เหตุสุดวิสัย มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.1.9 ปรับเงิน 16,666 บาท