กรมพลศึกษา มอบโล่รางวัล 20 สนามต้นแบบ พาร์ครันไทยแลนด์ ปี 2567

11.09.24 | 16:18 น.

กรมพลศึกษา มอบโล่รางวัล 20 สนามต้นแบบ พาร์ครันไทยแลนด์ ปี 2567

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานพิธีมอบโล่รางวัลสนามพาร์ครันไทยแลนด์ต้นแบบ ประจำปี 2567 มีสนามต้นแบบรับรางวัลจำนวน 20 สนาม เป็นตัวอย่างสนามชุมชนเข้มแข็งที่มีการส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนใกล้บ้านด้วยการ เดินวิ่ง วีลแชร์ 5 กิโลเมตรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ค่านิยม พอเพียง-วินัย-สุจริต-จิตอาสา-กตัญญู โดยมี นายเธียรสิทธิ์ จิโรจน์วีรภัทร ประธานสมาพันธ์เดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย, พล.ท.นพ.อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย และนายทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ ประธานชมรมพาร์ครันไทยแลนด์ ร่วมพิธีที่ห้องประชุมศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 กันยายน

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ กล่าวว่า กรมพลศึกษาได้บูรณาการทำงานร่วมกับพาร์ครันไทยแลนด์ (Park Run Thailand) โดยสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย ตั้งแต่มีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายที่ร่วมส่งเสริมการออกกำลังกายที่มีความเข้มแข็ง ที่ผ่านมาได้ร่วมกันเปิดสนามพาร์ครัน เพื่อการออกกำลังกายเดินวิ่งวีลแชร์มาอย่างต่อเนื่อง ประสบผลสำเร็จมีสมาชิกหลากหลายทุกกลุ่มวัยเข้าร่วมกิจกรรม สิ่งสำคัญได้ร่วมกันสร้างชุมชนสุขภาพเข้มแข็งรักการออกกำลังกายและยังสร้างเสริมความรัก ความสามัคคี การดูแลสังคมสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนของตนเองครอบคลุมทั้งในมิติกาย ใจ สังคม และปัญญา

“ดังนั้นในปี 2567 นี้ กรมพลศึกษาจึงได้มอบโล่รางวัลให้กับสนามที่มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นสนามต้นแบบในการส่งต่อองค์ความรู้และขยายผลสร้างพื้นที่สุขภาวะให้ชุมชน ซึ่งในอนาคตกรมพลศึกษาจะได้ขยายเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนต่อยอดจากกิจกรรมพาร์ครันไปสู่การเสริมสร้างสุขภาพและการพัฒนาด้านอื่นๆ ของประชาชน ชุมชนทั่วทุกภูมิภาคต่อไป”

นายเธียรสิทธิ์ จิโรจน์วีรภัทร กล่าวว่า กิจกรรมพาร์ครันไทยแลนด์ เริ่มจัดตั้งเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ในช่วงแรกที่เปิดตัวโครงการมีสนามจำนวน 35 แห่ง มีจำนวนนักวิ่งที่ลงทะเบียนผ่านระบบเว็บไซต์จำนวน 4,500 คน และตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี (193 สัปดาห์ต่อเนื่อง) กรมพลศึกษาถือเป็นพันธมิตรภาคีเครือข่ายภาครัฐหลักที่ได้ร่วมขับเคลื่อน พัฒนา และสนับสนุนให้กิจกรรมพาร์ครันเพื่อมวลชนมีความเจริญก้าวหน้า ในทุกระดับทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จนถึงระดับจังหวัด ปัจจุบันมีสนามเปิดให้บริการในทุกเช้าวันเสาร์มากกว่า 170 สนาม กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมีรันไดเร็กเตอร์ (RD) และนักวิ่งจิตอาสาเป็นผู้ดูแลบริการจัดกิจกรรม

Advertisement

“ปีนี้ได้คัดเลือกสนามเพื่อขยายผลเป็นสนามต้นแบบที่มีการปฏิบัติตามกฎ กติกา ยึดค่านิยมพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู มีการเปิดให้บริการสม่ำเสมอ ทุกภาคส่วนและทุกกลุ่มวัยได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเสมอภาค สมาชิกของชุมชนแสดงออกถึงความเสียสละตนเพื่อประโยชน์ของชุมชนในการร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ มีการ ใส่ใจสุขภาพและการดูแลรักษาความปลอดภัย รักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งในการมอบรางวัลครั้งแรกนี้มีสนามต้นแบบที่ได้รับโล่รางวัลจำนวน 20 สนาม และในโอกาสนี้ชมรมพาร์ครันไทยแลนด์ และมูลนิธิภูมิพลัง ยังขอร่วมกันสมทบทุนบริจาคให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยทางภาคเหนือด้วย”

สำหรับสนามพาร์ครันไทยแลนด์ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็น “สนามพาร์ครันไทยแลนด์ต้นแบบ ประจำปี 2567” จำนวน 20 สนาม ได้แก่ สนามเมฆา-สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ, สนามโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ, สนามสวนนวมินทร์ภิรมย์ กรุงเทพฯ, สนามบ้านยาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่, แลนด์มาร์คบ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก, สนามวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี, สนามนางรอง จ.บุรีรัมย์, สนามสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) จ.ศรีสะเกษ, สนามคอหนองบัว ต.หนองไข่น้ำ จ.นครราชสีมา

สนามบางแสน จ.ชลบุรี, สนามจอมบึง จ.ราชบุรี, สนามกีฬาสมเด็จพระญาณสังวร จ.กาญจนบุรี, สนามหาดสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์, สนาม Park Run Pranburi จ.ประจวบคีรีขันธ์, สนามสวนสาธารณะเทศบาลตำบลน้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง, สนามสวนหลวง ร.๙-สนามกีฬาสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี, สนามสวนสมเด็จศรีนครินทร์พังงา จ.พังงา, สนามสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (สวนรถไฟ) ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช, สนามสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ปัตตานี และสนามรัชกิจประการ จ.สตูล