สำนักข่าว “เอเอฟพี” ประเทศฝรั่งเศส รายงานเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศลดโทษแบนเซ็ปป์ แบล๊ตเตอร์ ประธาน “ฟีฟ่า” และมิเชล พลาตินี่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จากเดิม 8 ปีเหลือ 6 ปี จากการอุทธรณ์คดีของทั้งคู่ แต่ยืนยันว่าแบล๊ตเตอร์ และพลาตินี่ยังคงความผิดตามข้อหาที่คณะกรรมการด้านจริยธรรมฟีฟ่าลงมติไว้
โดยเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา คณะกรรมการด้านจริยธรรมฟีฟ่าพบหลักฐานที่แบล๊ตเตอร์จ่ายเงินให้พลาตินี่แบบไม่โปร่งใส 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (72 ล้านบาท / อัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐ 36 บาท) ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2011 หรือขณะที่ทั้งคู่ยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน หลังแบล๊ตเตอร์อ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าจ้างสมัยพลาตินี่ทำงานเป็นที่ปรึกษาฟีฟ่าระหว่างปี 1998-2002 แต่กลับจ่ายเงินดังกล่าวล่าช้านานถึง 9 ปี
จนมีการวิเคราะห์ว่าเป็นเงินที่แบล๊ตเตอร์ให้อดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส เพื่อเป็นข้อตกลงให้ฝ่ายหลังช่วยไม่ให้มีคู่แข่งลงชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัย 4 ของตัวเอง ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในอีก 3 เดือนข้างหน้าของปีดังกล่าว ขณะพลาตินี่เองก็ได้รับการช่วยเหลือจากแบล๊ตเตอร์ให้เป็นประธาน “ยูฟ่า” ครั้งแรกในปี 2007 ก่อนหน้านั้น
อย่างไรก็ตาม แบล๊ตเตอร์ที่ครองตำแหน่งนายใหญ่ฟีฟ่านานถึง 5 สมัยติดต่อกัน และจะอายุครบ 80 ปีในวันที่ 10 มีนาคม ผิดหวังกับการที่ฟีฟ่าลดโทษแบนแค่ 2 ปี และจะอุทธรณ์คดีต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ต่อไป
เช่นเดียวกับแถลงการณ์ของพลาตินี่ซึ่งอายุน้อยกว่าเกือบ 20 ปี ที่นอกจากจะยื่นเรื่องต่อ “ซีเอเอส” แล้ว ยังต่อว่าการตัดสินของคณะการด้านจริยธรรมฟีฟ่าว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองภายในองค์กรก่อนการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้อีกด้วย

