“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) เปิดเผยว่า ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยชุดเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 19-31 สิงหาคม เหลือเวลาอีก 5 เดือนในการเตรียมตัว และตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป ตนในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทย และผู้บริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินสายตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมของทัพนักกีฬาไทยทุกชนิดกีฬา เพื่อรับฟังปัญหา และความคืบหน้าต่างๆ เพื่อให้นักกีฬาไทยมีความพร้อมในการแข่งขันมากที่สุด เนื่องจากตั้งเป้าไว้ว่าทัพไทยจะป้องกันเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ ถึงแม้ใครหลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องยากก็ตาม แต่จากการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็คิดกันว่าสิงคโปร์จะคว้าเจ้าเหรียญทองได้แน่ สุดท้ายกลับเป็นไทยที่คว้าแชมป์ได้อีกครั้ง
นายสกลกล่าวต่อว่า เหตุผลที่มองว่าไทยจะสามารถครองเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์หนนี้ได้คือ ไทยมีเทคนิคกีฬาที่ดีกว่า โดยเฉพาะกีฬาประเภททีม ที่เหนือกว่าทุกชาติในอาเซียนอยู่หลายกีฬา รวมถึงการเตรียมทีมของนักกีฬาไทยเป็นไปได้ด้วยดี ประสบการณ์ของนักกีฬาที่มากกว่า แต่ต้องเตือนให้ระวังกีฬาที่ต้องตัดสินด้วยสายตา เพราะจะเข้าทางเจ้าภาพอย่างแน่นอน ดังนั้นจะต้องสู้กันให้ถึงที่สุด
“การไปชนะสิงคโปร์ในบ้านได้เป็นเรื่องที่ว่ายากแล้ว แต่ผมว่าการที่เราจะไปคว้าเจ้าเหรียญทองที่มาเลเซียเป็นเรื่องยากกว่า 100 เท่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส เพราะผมมองว่าถ้าในเรื่องเทคนิคกีฬา ไทยดีกว่า แต่มาเลเซียได้เปรียบที่เลือกชนิดกีฬาที่ถนัดได้” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว
ทั้งนี้ มาเลเซียเคยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์มา 5 ครั้ง แต่ได้เจ้าเหรียญทองเพียงครั้งเดียว ในครั้งที่ 21 เมื่อปี 2544 ครั้งนั้นเอาชนะไทยด้วยผลงาน 111-103 เหรียญทอง ขณะที่ซีเกมส์ 4 หนหลังสุด มาเลเซียไม่สามารถติดอันดับ 1-3 ในตารางเหรียญได้เลย และไทยเป็นเจ้าเหรียญทอง 2 ครั้งหลังสุด ในครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า และครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์

