ชาติอาเซียนพอใจไทยเตรียมซีเกมส์ ยันไม่มีเพิ่มอีเวนต์แล้ว-คาดนักกีฬา9พันคน
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานในการประชุมร่วมกับสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ และผู้แทนจากชาติอาเซียน เพื่อติดตามความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่โรงแรม แกรน โฟร์วิง คอนแวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยมี นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ในฐานะมนตรีซีเกมส์ และผู้แทนจากชาติอาเซียน เข้าร่วมประชุม
ดร.ก้องศักด กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้แจ้งให้ชาติอาเซียนได้รับทราบความคืบหน้าการจัดการแข่งขันซีเกมส์ของประเทศไทย ซึ่งเราได้เสนอในที่ประชุมตามนโยบายของนายสวรงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าเราจะจัดในรูปแบบของกรีนซีเกมส์ เน้นเรื่องของการรักษาพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเราจะแฝงการสร้างเสริมมิตรภาพกับวัฒนธรรมทางสังคมต่างๆ อีกด้วย
“โดยในช่วงเช้าจะเป็นการประชุมดูความคืบหน้าในแต่ละด้าน ทั้งการเตรียมการแข่งขัน, ด้านเทคนิค ชนิดกีฬาและอีเวนต์ต่างๆ ที่สรุปไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงสถานที่พักและการขนส่งต่างๆ จากนั้นจะเป็นการลงพื้นที่ตรวจสนาม เริ่มจากกกท.หัวหมาก ที่มีจัดหลายชนิดกีฬา ก่อนจะเดินทางไปยังชลบุรี และรับทราบความพร้อมของสงขลา จากนั้นก็จะประชุมสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง”
ผู้ว่าการกกท. กล่าวอีกว่า ทางไทยมั่นใจว่าเราได้เตรียมการอย่างดีและรัดกุม มั่นใจว่ามาตรฐานการจัดการแข่งขันจะเป็นไปตามสหพันธ์กีฬาชนิดนั้นๆ ทุกสมาคมได้มีการติดต่อกับสหพันธ์เพื่อให้การแข่งขันออกมาในระดับเดียวกับชิงแชมป์โลกหรือชิงแชมป์เอเชีย เป็นมาตรฐานสากลเหมือนกันทั้งหมด
“เรื่องชนิดกีฬาหลังมนตรีซีเกมส์เสนอให้เพิ่ม MMA เข้ามา ซึ่งมนตรีซีเกมส์ได้มีการพูดคุยกับชาติอาเซียนแล้ว ดังนั้นถึงตรงนี้คงจะไม่มานั่งคุยเรื่องการเพิ่มหรือลดชนิดกีฬาอีกแล้ว จากนี้คงจะไม่มีการเพิ่มชนิดกีฬาอะไรเข้ามาอีกแล้ว จากนี้คงจะเดินหน้าเตรียมความพร้อมให้พร้อมที่สุด” ผู้ว่าการกกท. กล่าว
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องสนามแข่งขันที่บางชนิดยังไม่เรียบร้อยนั้น ดร.ก้องศักด กล่าวว่า ทางเราได้ยืนยันไปว่าในหลักการแล้วควรจะต้องจัดใน 3 จังหวัดเจ้าภาพเท่านั้น แต่ถ้าหากมีเหตุจำเป็นอย่างเช่น กอล์ฟ ที่ถ้ายืนยันว่าอยากใช้พื้นที่นอก 3 จังหวัดจริงๆ ก็คงต้องมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเราต้องคำนึงถึงต่างประเทศที่จะเข้าร่วมแข่งขัน ไม่อยากให้มีการเดินทางไปหลายจังหวัดมากเกินไป
ด้านนายชัยภักดิ์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ก็จะต้องมีการแจ้งเรื่องการย้ายสนามกีฬาบางชนิดให้คณะกรรมการรับทราบและอนุมัติ อย่างเช่นยิงเป้าบิน ที่ต้องไปจัดที่โพธาราม จังหวัดราชบุรี เพราะพื้นที่ในกกท.ถูกร้องเรียนเรื่องเสียงดัง หรือตะกร้อที่สนามซ้ำกับเทควันโดก็ต้องย้ายไปที่ยิมเนเซียมเทศบาลนครนครปฐม ก็ต้องขออนุมัติจากคณะนี้
“คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นการตรวจความพร้อมของประเทศไทย ก็จะมีการประชุมแบบนี้อีก 4 ครั้งจนถึงการแข่งขัน เพื่อให้ประเทศไทยจัดซีเกมส์ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร และทุกชาติเองก็พร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศไทยเช่นกัน” นายชัยภักดิ์ กล่าว
นายชัยภักดิ์ กล่าวปิดท้ายว่า ครั้งนี้กกท. ตั้งใจเตรียมการอย่างดี ฝ่ายเทคนิคเองก็เดินหน้างานไปทุกขั้นตอน ตอนนี้ก็รอแค่การลงทะเบียนจำนวนนักกีฬา (Entry form by Number) ซึ่งทุกประเทศตื่นเต้นกับซีเกมส์และพร้อมส่งนักกีฬาแข่งขันมาแบบเต็มที่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีนักกีฬาไม่ต่ำกว่า 9,000 คนด้วยกัน
นอกจากนี้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ยังนำผู้แทนมนตรีซีเกมส์ และผู้แทนจากชาติอาเซียน สำรวจความพร้อมของสนามเป็นวันแรก ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ประกอบด้วย ประกอบด้วย สนามราชมังคลากีฬาสถาน, สนามฟุตบอล กกท.1, สระว่ายน้ำ การกีฬาแห่งประเทศไทย, อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก, สนามเวโลโดรม, สนามยิงปืน สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย, ลานกีฬาอเนกประสงค์ในร่ม จากนั้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จะเดินทางไปสำรวจสนามที่จังหวัดชลบุรี และ วันที่ 1 มีนาคม จะเดินทางไปสำรวจสนามที่จังหวัดสงขลา ต่อไป

