สุดสัปดาห์นี้ถึงวาระสำคัญของวงการกอล์ฟโลกเมื่อได้ฤกษ์เปิดฉากรายการเมเจอร์แรกของฝั่งสะวิงสาวกับศึก เอเอ็นเอ อินสไพเรชั่น ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-2 เมษายน
สำหรับรายการ เอเอ็นเอ อินสไพเรชั่น เดิมแฟนกอล์ฟรู้จักกันในชื่อ คราฟต์ นาบิสโก้ แชมเปี้ยนชิพ ได้รับการยกระดับเป็นรายการเมเจอร์ตั้งแต่ปี 1983 ที่ผ่านมามีนักกอล์ฟดังๆ คว้าแชมป์มาแล้วมากมาย อาทิ อันนิก้า ซอเรนสตัม, จูลี่ อิงก์สเตอร์, แคร์รี่ เว็บบ์, ปาร์ก อินบี และล่าสุดคือ ลิเดีย โค มือ 1 ของโลกชาวนิวซีแลนด์เชื้อสายเกาหลี
หากยังจำกันได้ ทัวร์นาเมนต์นี้เมื่อปีที่แล้ว แฟนกอล์ฟบ้านเราต้องลุ้นกันใจหายใจคว่ำถึงวินาทีสุดท้ายกับ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ซึ่ง ณ เวลานั้นยังเป็นนักกอล์ฟมืออันดับ 51 ของโลก
ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน โปรเมนำ 2 สโตรกขณะที่เหลืออีกเพียง 3 หลุมให้เล่น ด้วยสถานการณ์ขณะนั้น ใครๆ ก็คิดว่าสาวไทยแค่ประคองตัวก็น่าจะได้จารึกชื่อในฐานะแชมป์เมเจอร์คนแรกจากประเทศไทยได้ แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น โปรเมแพ้แรงกดดันและเสีย 3 โบกี้ติดๆ กันในหลุม 16-18 สุดท้ายร่วงไปจบอันดับ 4 ขณะที่โคคว้าแชมป์ไปครองเป็นเมเจอร์ที่ 2 ติดต่อกันหลังจากคว้าแชมป์ ดิ เอวิยอง แชมเปี้ยนชิพ ไปในช่วงปลายปี 2015
ความผิดหวังของโปรเมย้อนให้นึกถึงฝันร้ายในลักษณะคล้ายๆ กันกับศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ปี 2013 ซึ่งโปรเมนำ 2 สโตรกที่หลุมสุดท้าย แต่กลับทำทริปเปิลโบกี้จนปล่อยให้แชมป์หลุดมือไปเป็นของปาร์ก อินบี มือ 1 ของโลก จนกูรูและแฟนกอล์ฟหลายรายมองว่า โปรเมเป็นนักกอล์ฟหญิงฝีมือดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจและการรักษามาตรฐานการเล่นภายใต้ภาวะกดดัน
1 ปีผ่านไป ทุกอย่างกลับตาลปัตร โปรเมกลายเป็นเจ้าของแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ 5 รายการ ในจำนวนนี้คือ 1 แชมป์เมเจอร์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น และตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว นักกอล์ฟสาวไทยรายนี้ยังจบอันดับไม่ต่ำกว่าท็อป 60 เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เฉพาะปีนี้ โปรเมลงแข่งขัน 6 รายการ ติดอันดับท็อป 8 ได้ถึง 4 รายการ และเป็นรองแชมป์ถึง 2 รายการ ขณะที่โคอันที่จริงก็ไม่ได้แย่ ลงเล่น 5 รายการ คว้าอันดับ 8 ร่วม 2 ครั้ง อันดับ 9 ร่วมอีก 1 ครั้ง แต่ปัญหาก็คือนักกอล์ฟสาวแดนกีวีห่างแชมป์มานานถึง 8 เดือนแล้ว หากนับผลงานการติดท็อปเท็นในช่วงเวลาดังกล่าวเทียบกับโปรเมก็น้อยกว่า และที่สำคัญรายการล่าสุด ศึก เกีย คลาสสิก ที่ปิดฉากไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โคไม่ผ่านการตัดตัว เป็นการตกรอบครั้งที่ 2 ในการเล่นกอล์ฟอาชีพมา 91 รายการ

นักวิเคราะห์มองว่า สาเหตุหนึ่งที่โคทำผลงานน่าผิดหวังในช่วงหลังๆ เป็นเพราะเจ้าตัวตัดสินใจ “เปลี่ยนแปลง” ครั้งใหญ่หลายอย่าง ทั้งเปลี่ยนโค้ชจาก เดวิด เลดเบตเทอร์ เป็น แกรี่ กิลคริสตช์ โค้ชคนเดียวกับโปรเม ทั้งเปลี่ยนแคดดี้จาก เจสัน แฮมิลตัน เป็น แกรี่ แมทธิวส์ และเปลี่ยนไม้จาก กัลลาเวย์ เป็น พีเอ็กซ์จี ซึ่งสำหรับนักกอล์ฟบางคนแล้ว แค่เปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องใช้เวลาจูนตัวเองระยะหนึ่งจึงจะลงตัว
ว่ากันว่าโคตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสิ่งรอบตัวเพื่อหวังยกระดับตัวเองสู่อนาคตหลังจากได้เผชิญกับการรุกไล่ของคู่แข่งร่วมทัวร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรเมซึ่งมีอาวุธหลักคือการหวดลูกได้ไกล แถมยังพัฒนาเกมสั้นและการพัตต์ขึ้นมาได้อย่างน่ากลัว
การตกรอบในทัวร์นาเมนต์ล่าสุดทำให้โปรเมมีคะแนนเฉลี่ยไล่ตามโคห่างเพียง 1.33 คะแนน ถือเป็นระยะห่างกับอันดับ 2 ที่แคบที่สุดตั้งแต่โคครองบัลลังก์มือ 1 ของโลกมา และถ้าโปรเมสามารถคว้าแชมป์เอเอ็นเอ อินสไพเรชั่น ในวันอาทิตย์นี้ได้สำเร็จ นักกอล์ฟสาวมือ 2 ของโลกซึ่งอยู่ในตำแหน่งนี้มานาน 35 สัปดาห์ ก็จะมีแต้มแซงโคขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกทันที
อย่างไรก็ตาม การที่โปรเมจะก้าวไปคว้าแชมป์รายการนี้ไม่ใช่งานง่าย เพราะปีนี้มีนักกอล์ฟที่ทำผลงานได้ต่อเนื่องหลายคน เช่น ปาร์ก อินบี อดีตมือ 1 ของโลกชาวเกาหลีใต้ซึ่งหายเจ็บกลับมาจนคว้าแชมป์ เอชเอสบีซี วีเมนส์ แชมเปี้ยนส์ ที่สิงคโปร์ หรือ จาง ฮานา โปรสาวมือ 6 ของโลกชาวเกาหลีซึ่งนำคะแนนสะสมลุ้นรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีอยู่ในขณะนี้
อีกคนที่น่าจับตามองไม่แพ้กันคือ “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล พี่สาวแท้ๆ ของโปรเม ซึ่งปีนี้รักษามาตรฐานได้อย่างยอดเยี่ยม ลงแข่งขัน 6 รายการ ได้อันดับท็อป 16 ขึ้นไปทั้งสิ้น เนื่องจากเจ้าตัวมุ่งมั่นตั้งใจจะคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์หนแรกให้ได้เสียที
ยิ่งถ้าพี่น้องสองสาวทำผลงานได้ดี คนเชียร์อย่างเราๆ ก็ยิ่งชื่นใจ


