ถ้าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของ เลสเตอร์ ซิตี้ คือ “เทพนิยาย” ของวงการกีฬาเมื่อปีที่แล้ว เทพนิยายกีฬาโลกในปีนี้หลังจากผ่านพ้นไปได้เกือบๆ จะ 3 เดือนเต็มนั้น คงต้องยกให้การฟื้นคืนชีพอย่างน่าทึ่งของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลกเป็นตัวเลือกอันดับ 1
เมื่อปีกลาย เฟเดอเรอร์ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตนักเทนนิสอาชีพของตัวเอง เมื่อเขาประสบอุบัติเหตุหกล้มเข่ากระแทกระหว่างอาบน้ำให้หนึ่งในลูกสาวฝาแฝด จนต้องเข้ารับการผ่าตัดในเดือนมีนาคม
ต่อมาในศึกแกรนด์สแลม วิมเบิลดัน ยอดนักหวดชาวสวิสมาล้มซ้ำแผลเก่าระหว่างแข่งขันรอบรองชนะเลิศที่แพ้ให้ มิลอส ราโอนิช และหลังจากนั้น เฟเดอเรอร์ก็ประกาศพักยาวตลอดครึ่งปีหลังเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ นับเป็นการว่างเว้นจากการแข่งขันที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่เล่นเทนนิสอาชีพมา และเป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 2000 ที่เฟเดอเรอร์ปิดฤดูกาลโดยไม่มีแชมป์ติดมือแม้แต่รายการเดียว
การร้างคอร์ตนานถึง 6 เดือนเต็ม ประกอบกับอายุที่ปาเข้าไป 35 ปี และฟอร์มที่เริ่มโรยราตามสภาพร่างกาย ทำให้สื่อ นักวิจารณ์ และแฟนเทนนิสจำนวนไม่น้อย คาดเดาว่าอาจใกล้เวลาที่เขาจะแขวนแร็กเกตเต็มที แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันเสมอมาว่ายังเชื่อว่าจะกลับมาเล่นเทนนิสยืนหยัดสู้กับนักหวดรุ่นน้องๆ ได้แบบหวังผล ตราบใดที่สภาพร่างกายยังไหวอยู่
และท่ามกลางความกังขามากมาย เจ้าของฉายา “เฟดเอ็กซ์” ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นอีกครั้งว่า ที่เขาบอกว่า “ยังไหว” นั้น ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแม้แต่นิดเดียว!
มาถึงต้นปี 2017 อดีตมือ 1 ของโลกชาวสวิสอุ่นเครื่องด้วยการจับคู่กับ เบลินด้า เบนซิช นักหวดสาวเพื่อนร่วมชาติลงแข่งขันเทนนิสทีมผสมชิงแชมป์โลก ฮอปแมนคัพ จากนั้นก็ช็อกโลกด้วยการก้าวไปคว้าแชมป์ แกรนด์สแลมแรกของปี ออสเตรเลียน โอเพ่น ที่เมลเบิร์นปาร์ก ประเทศออสเตรเลีย ด้วยการเอาชนะคู่ปรับตลอดกาล ราฟาเอล นาดาล ในการดวล 5 เซตของรอบชิงชนะเลิศ เป็นแชมป์แกรนด์ สแลมรายการที่ 18 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลในประเภทชายเดี่ยว และเป็นสแลมแรกนับตั้งแต่วิมเบิลดันปี 2012

หลังจากพักไปอีกระยะหนึ่งเพื่อถนอมร่างกาย เฟเดอเรอร์กลับมาร่วมแข่งขันรายการ ดูไบ เทนนิส แชมเปี้ยนชิพ ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่พลิกตกรอบสองด้วยการพ่ายให้ เยฟเกนี่ ดอนสคอย นักหวดรัสเซียจากรอบคัดเลือก ทั้งๆ ที่ได้แมตช์พอยต์ถึง 3 ครั้ง แต่ทำไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เฟเดอเรอร์กลับมาสานต่อเทพนิยายของตัวเองอีกครั้งในศึก อินเดียนเวลส์ มาสเตอร์ส หรือ เบแอนเป ปารีบาส์ โอเพ่น ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ด้วยการปราบ สตานิสลาส วาวรินก้า เพื่อนร่วมชาติในรอบชิงชนะเลิศ กลายเป็นแชมป์ระดับมาสเตอร์ส 1000 ที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยวัย 35 ปี กับ 7 เดือน
ที่สำคัญในทัวร์นาเมนต์นี้ เฟดยังย้ำแค้น นาดาลด้วยการเก็บชัยอย่างเหนือชั้น 6-2, 6-3 ในรอบสี่ คล้ายจะบอกให้โลกรู้ว่า หลังจากตกเป็นรองเรื่องสถิติเฮดทูเฮดเวลาดวลกับนาดาล ในที่สุดเฟเดอเรอร์ก็ค้นพบวิธีการแก้ทางการเล่นของนาดาลได้เสียที
นักวิเคราะห์มองว่า การหยุดพักไปนานถึงครึ่งปีทำให้เฟเดอเรอร์มีเวลาฟื้นร่างกายให้กลับมาฟิตสมบูรณ์ ปราศจากอาการเจ็บเข่าหรือหลังที่เคยเรื้อรังจนเป็นปัญหากวนใจมานาน นอกจากนี้เขายังมีเวลาทุ่มเทฝึกซ้อมมากขึ้น ขัดเกลาอาวุธต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูก “แบ๊กแฮนด์” ที่เคยเป็นจุดอ่อนที่โดนคู่แข่งจู่โจม อีกทั้งยังมีเวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องอนาคต และปรับสภาพจิตใจให้พร้อมกับฤดูกาลใหม่
อย่างไรก็ตาม การจะสร้างปรากฏการณ์ช็อกโลกอย่างที่แฟนๆ ได้เห็นกันนั้น แค่เพียงเฟเดอเรอร์คนเดียวไม่มีทางทำให้เกิดขึ้นได้ ยังต้องมีทีมงานเบื้องหลังที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันด้วย ในจำนวนนี้คือ ปิแอร์ ปากานินี่ กูรูด้านฟิตเนส อดีตนักกรีฑาและนักฟุตบอล ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์เล่นเทนนิสอาชีพ แต่เข้ามาร่วมทีมงานของเฟเดอเรอร์ตั้งแต่ปี 2000 และมีส่วนช่วยให้เขาอยู่ยงคงกระพันในวงการนานขนาดนี้
5 ปีที่แล้ว ปากานินี่เคยให้สัมภาษณ์ถึงเฟเดอเรอร์ว่า เบื้องหน้าในสนามแข่งขัน เขาอาจดูชิลๆ ทำทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย แต่เบื้องหลังนั้นมาจากความทุ่มเทพยายามอย่างเต็มที่ เปรียบเหมือนนักบัลเลต์ซึ่งผู้ชมเห็นแต่สิ่งสวยงามบนเวที ทั้งที่พวกเขาเหล่านั้นต้องฝึกฝนด้วยความเพียรกว่าจะออกมาเป็นงานศิลปะเหล่านั้นได้
อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ต้องเอ่ยถึงคือ อีวาน ลูบิซิช อดีตคู่แข่งและคู่ซ้อมชาวโครเอเชียที่กลายมาเป็นโค้ชคนปัจจุบันร่วมกับ เซเวริน ลูธี กัปตันทีมเดวิสคัพของสวิตเซอร์แลนด์ที่ดูแลเฟเดอเรอร์มายาวนาน ย้อนความสักนิดว่า สมัยที่เฟดร่วมงาน สเตฟาน เอ๊ดเบิร์ก ตำนานสักหลาดชาวสวีดิช เอ๊ดเบิร์กช่วยให้เฟดริเริ่มกลยุทธ์ฉวยโอกาสโจมตีเร็วที่สื่อพากันตั้งชื่อว่า “SABR” (Sneak Attack by Roger) ก่อนทั้งคู่จะแยกทางกันช่วงปลายปี 2015
การร่วมงานกับลูบิซิชนั้นก็ว่ากันว่ามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เขาปรับแบ๊กแฮนด์จาก “จุดอ่อน” เป็น “อาวุธ” ได้มีเรื่องเล่าว่า ตอนตัดสินใจรับงานเป็นโค้ชให้เฟเดอเรอร์ ลูบิซิชคุยประเด็นสำคัญกับเขา 2 ข้อ ข้อแรกคือ ลูบิซิชเชื่อว่าเฟเดอเรอร์สามารถเอาชนะนาดาลในการเล่น 5 เซตได้ (จากที่ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายแพ้)
เพราะมองว่าเป็นเรื่องจิตใจมากกว่าฝีมือ ส่วนข้อสองคือ ลูบิซิชนั่งดูเทปการแข่งขันของเฟดหลายต่อหลายรายการ และตั้งคำถามง่ายๆ ว่าทำไมเขาชอบตีแบ๊กแฮนด์ไปติดเน็ต ทั้งที่พื้นที่เหนือเน็ตก็ว่างพอจะหวดลูกข้ามไปได้
เรียกว่าเป็น 2 ประเด็นพื้นๆ แต่ก็นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอาชีพของเฟเดอเรอร์


