เหลือเวลาอีกประมาณ 4 เดือน การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 19-31 สิงหาคมก็จะเริ่มขึ้นแล้ว และจากมาตรฐานใหม่ที่สิงคโปร์สร้างไว้ในซีเกมส์ ครั้งที่ 28 เมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้วนั้น ทำให้เป็นงานหนักของเจ้าภาพอย่างแดนเสือเหลืองในการจัดซีเกมส์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน “กัวลาลัมเปอร์ 2017” ก็ยังคงยืนยันว่าซีเกมส์ครั้งนี้จะสร้างมาตรฐานใหม่ที่ดีกว่าขึ้นไปอีก

ดาตุ๊ก เซรี โซล์กเพลส เอ็มบอง ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 29(มาซอค) บอกว่าสิ่งที่ซีเกมส์ครั้งใหม่เหนือกว่าสิงคโปร์ 2015 คือ จำนวนชนิดกีฬาที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วภูมิภาคอาเซียน ครั้งนี้ถ่ายทอด 24 ชนิดกีฬา มากกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่มีเพียง 16 กีฬา รวมทั้งการวิ่งคบเพลิงซีเกมส์ในเมืองใหญ่ทั่วอาเซียน “Rising Together – Baton Run” ที่ยังไม่เคยมีเจ้าภาพชาติไหนทำมาก่อน
ขณะที่สนามกีฬาทั้งหมดอยู่ในช่วงการก่อสร้างและปรับปรุงแล้วเสร็จไป 88 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปตามโปรเจ็กต์อลังการที่วางไว้ของรัฐบาลมาเลเซีย คือ เคแอล สปอร์ต ซิตี้ ในงบประมาณ 1,600 ล้านริงกิต หรือ 12,160 ล้านบาท

อัซมาน ฟาห์มี ออสมาน ประธานฝ่ายสนามแข่งขันกล่าวว่า สนามแรกที่จะต้องเสร็จก่อน คือ สนามกีฬาแห่งชาติ “เอเชียต้า อารีน่า” ตามมาด้วยศูนย์กีฬาทางน้ำแห่งชาติ อินดอร์สเตเดียม สนามฮอกกี้ ซึ่งทั้ง 4 สนามนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และพร้อมให้นักกีฬาได้ซ้อมกันแล้ว
โปรเจ็กต์เคแอล สปอร์ต ซิตี้ ยังคงเป็นเฟสแรกจาก 3 เฟส ซึ่งเฟสแรกนี้จะสร้างเพื่อการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์เป็นหลัก แต่หลังจากนั้นในเดือนมกราคมปีหน้า เฟสสองจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กีฬาระดับโลก ครบวงจร มีสนามกีฬาทันสมัยเกือบทุกประเภท มีห้างสรรพสินค้า มีขนส่งมวลชนที่พร้อมจะรับคนเข้า-ออกมาที่นี่ได้อย่างสะดวก ซึ่งการสร้างเมืองกีฬาระดับนี้ขึ้นมา มาเลเซียมองไกลไปที่การเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ในอนาคต รวมทั้งจัดกีฬาคอมมอนเวลธ์เกมส์ในเร็วๆ นี้ด้วย

ในส่วนของหมู่บ้านนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ประธานมาซอคเปิดเผยว่า ไม่ได้มีการสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่เหมือนเจ้าภาพครั้งอื่นๆ แต่จะใช้หอพักของมหาวิทยาลัย โรงแรมใกล้เคียง เหมือนที่เคยทำในการเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1989 และ 2001 ซึ่งจะเอื้อให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกอีกด้วย
สิ่งที่มาเลเซียเน้นอย่างมากหลังจากที่ได้เห็นสิงคโปร์ 2015 คือ ความมีประสิทธิภาพของอาสาสมัครที่จะช่วยให้การเป็นเจ้าภาพประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น มาเลเซียจึงตั้งจำนวนอาสาสมัครไว้ที่ 20,000 คน แต่เมื่อพิจารณาถี่ถ้วนแล้ว จำนวน 12,000 คนก็เพียงพอ อย่างไรก็ตามมีประชาชนกว่า 50,000 คนทั่วประเทศที่สมัครเข้ามาช่วยทำหน้าที่นี้ และได้มีการคัดเลือกรวมทั้งฝึกอบรมกันไปแล้ว

ปิดท้ายที่การเตรียมพิธีเปิดการแข่งขัน ซึ่งเป็นไฮไลท์หนึ่งของมหกรรมกีฬาทั่วโลก ดาตุ๊ก เซรียืนยันว่าจะเป็นพิธีเปิดที่ตื่นตาตื่นใจแน่นอน ถึงแม้ว่ารูปแบบและแผนงานต่างๆ จะอยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตจากรัฐบาล โดยเฉพาะการใช้พลุ แต่จะเป็นพิธีเปิดที่อลังการและแปลกใหม่อย่างแน่นอน แม้จะไม่ได้เตรียมการเป็นปีเหมือนที่พม่าและสิงคโปร์ทำกันก็ตาม
ภารกิจของมาเลเซียครั้งนี้หนักหนาไม่น้อย เพราะรัฐบาลได้วางโจทย์ไว้ 2 เรื่อง คือ การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และการคว้าเจ้าเหรียญทองให้ได้ในการฉลองการประกาศเอกราชครบ 60 ปีของประเทศ
จะประสบความสำเร็จแค่ไหนวันที่ 31 สิงหาคมนี้ รู้กัน

