เซร์คิโอ การ์เซีย มือ 11 โลกจากสเปน คว้าแชมป์กอล์ฟรายการเมเจอร์ครั้งแรกในชีวิต หลังเฉือนจัสติน โรส มือ 14 โลกจากอังกฤษ ในการดวลเพลย์ออฟหลุมแรก “เดอะ มาสเตอร์ส” ที่สนามออกัสตา เมืองออกัสตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 เมษายน
โดยการ์เซียวัย 37 ปี เป็นผู้นำร่วมตั้งแต่รอบ 2 และทำเพิ่มรอบสุดท้ายอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 เหมือนโรสซึ่งเริ่มนำร่วมช้ากว่าการ์เซีย 1 รอบในรอบ 3 ส่งผลให้ทั้งคู่มีสกอร์รวม 4 วัน 9 อันเดอร์พาร์ 279 เท่ากัน ต้องตัดสินด้วยการเล่นเพลย์ออฟ และเพียงแค่การเล่นหลุมแรกในหลุมที่ 18 พาร์ 4 ระยะ 465 หลา
ปรากฏว่า โรสที่อายุน้อยกว่าการ์เซีย 1 ปี และเคยได้แชมป์เมเจอร์ “ยูเอส โอเพ่น” 2013 ดวลเพลย์ออฟรายการเมเจอร์ครั้งแรกทีออฟหลุดแฟร์เวย์ ตรงข้ามกับการ์เซียที่ทีออฟออกมาแบบไม่มีผิดพลาด บีบให้โรสต้องยอมเสียการตี 1 ช็อตชิพลูกมาอยู่ในแฟร์เวย์ และทำให้ตีช็อต 3 ขึ้นกรีนห่างปากหลุม 14 ฟุต หรือไกลกว่าการ์เซียที่ตีแค่ช็อต 2 ขึ้นกรีน 2 ฟุต
ส่งผลให้โรสต้องตีช็อต 4 เพื่อเซฟพาร์ แต่กลับเสียโบกี้ ทำให้การ์เซียที่ก่อนหน้านี้เคยแพ้เพลย์ออฟกอล์ฟเมเจอร์ “ดิ โอเพ่น” 2007 มีโอกาสตีถึง 2 ช็อตเพื่อคว้าแชมป์ และ 3 ช็อตเพื่อเสมอ ทว่าเพียงแค่การพัตครั้งแรกก็ลงหลุมทันที จึงเป็นแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิต จากการเล่นทั้งหมด 74 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติแข่งเมเจอร์มากสุดก่อนได้แชมป์ครั้งแรก และเป็นการแข่งเดอะ มาสเตอร์ส ครั้งที่ 19 ของโปรจาก “กระทิงดุ” รายนี้ รับเสื้อกรีนแจ๊กเก็ตในฐานะแชมป์ และเงินรางวัล 1,980,000 ดอลลาร์สหรัฐ (69.3 ล้านบาท / อัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐ 35 บาท)
ส่วนรอรี่ แม็คอิลรอย อดีตมือ 1 โลกจากไอร์แลนด์เหนือ จบอันดับ 7 ร่วม สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 285 และเจสัน เดย์ อีกหนึ่งอดีตมือ 1 โลกจากออสเตรเลีย จบอันดับ 22 ร่วม สกอร์รวมเกิน 2 โอเวอร์พาร์ 290

