กรมพลศึกษา จัดประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลาง ชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2568
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่โคราชฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีเปิดการประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมี นายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา ร่วมพิธีเปิด
สำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา จัดการประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 ที่โคราชฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งยังส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของกิจกรรมนันทนาการ ความผูกพันในภูมิปัญญานันทนาการท้องถิ่นของตนเอง นำไปสู่การ ปลูกจิตสำนึกและสืบสานภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ทางนันทนาการของท้องถิ่น ซึ่งกรมพลศึกษามีการดำเนินงานกิจกรรมดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 17 ปี โดยได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับวงโปงลางที่ชนะเลิศ ในการประกวดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 เป็นต้นมา
สำหรับการประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลางชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ.2568 แบ่งการประกวดออกเป็น 4 รุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 25 ปี โดยคณะกรรมการผู้ตัดสินในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ฉวีวรรณ พันธุ ศิลปินแห่งชาติ สาขาด้านศิลปะการแสดง (หมอลำ), ดร.ฉลาด ส่งเสริม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ),นายทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (คนตรีพื้นบ้านอีสาน) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการประกวดดนตรีพื้นบ้านวงโปงลาง ทำหน้าที่ในการตัดสินการประกวดครั้งนี้
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดการประกวดครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีในการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีสานอันทรงคุณค่าแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม การเดินทางของคณะผู้เข้าร่วมประกวด ตลอดจนประชาชนที่เดินทางมาชมและเชียร์การแสดง ล้วนก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้าในชุมชน รวมถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง เราเชื่อมั่นว่าการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ จะช่วยเชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอีกด้วย

