‘เรือ’เสยดวลเป้า‘หงส์’ผงาดแชมป์ลีกคัพผู้ดี

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฉลองแชมป์ลีกคัพฤดูกาลนี้ (ภาพเอเอฟพี)

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ฟุตบอล “ลีกคัพ อังกฤษ” ฤดูกาล 2015-16 หลังชนะการดวลจุดโทษเหนือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 3-1 จากการเสมอกัน 1-1 ใน 120 นาที กับเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

โดยแมนฯ ซิตี้ ได้ประตูนำ 1-0 ตั้งแต่ 4 นาทีแรกของครึ่งหลังจากแฟร์นันดินโญ่ แต่ลิเวอร์พูลตามตีเสมอ 1-1 ในช่วง 7 นาทีสุดท้ายจากฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที ก็ยังไม่มีทีมไหนทำประตูเพิ่มได้ ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษ

Liverpool's English striker Daniel Sturridge (C) reacts after Manchester City won the penalty shoot-out to win the English League Cup final football match between Liverpool and Manchester City at Wembley Stadium in London on February 28, 2016. / AFP / BEN STANSALL / RESTRICTED TO EDITORIAL USE. No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or 'live' services. Online in-match use limited to 75 images, no video emulation. No use in betting, games or single club/league/player publications. /

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และผู้เล่นลิเวอร์พูลกับอาการผิดหวัง (ภาพเอเอฟพี)

ปรากฏว่าทั้ง 2 ทีมยิงกันแค่ 4 คนแรกจากทั้งหมด 5 คนก็รู้ผล หลังลิเวอร์พูลที่ได้ยิงก่อนกลับยิงเข้าแค่คนเดียวจากเอ็มเร่ ชาน ซึ่งยิงเป็นคนแรก นอกนั้น 3 คนถัดมาทั้งลูคัส เลว่า, คูตินโญ่ และอดัม ลัลลาน่า ตัวสำรอง ยิงไปติดเซฟของวิลลี่ กาบาเญโร่ นายทวารมือ 2 ที่ได้ลงเล่นในรายการนี้แทนโจ ฮาร์ต อยู่แล้ว

Manchester CIty's Argentinian goalkeeper Willy Caballero (C) holds up the League Cup during the presentation after Manchester City won the penalty shoot-out to win the English League Cup final football match between Liverpool and Manchester City at Wembley Stadium in London on February 28, 2016. / AFP / GLYN KIRK / RESTRICTED TO EDITORIAL USE. No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or 'live' services. Online in-match use limited to 75 images, no video emulation. No use in betting, games or single club/league/player publications. /

วิลลี่ กาบาเญโร่ (ภาพเอเอฟพี)

ตรงข้ามกับแมนฯ ซิตี้ ที่ยิงพลาดแค่คนแรกก็คือแฟร์นันดินโญ่ ซึ่งยิงไปชนเสา นอกนั้นอีก 3 คนตั้งแต่เฆซุส นาบาส ตัวสำรอง, เซร์คิโอ้ “กุน” อากูเอโร่ และยาย่า ตูเร่ ยิงเข้าทั้งหมด

ส่งผลให้ทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ลีกคัพเป็นสมัยที่ 4 แต่เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี เช่นเดียวกับเป็นสมัยที่ 2 ของมานูเอล เปเญกรินี่ กุนซือชาวชิลีที่จะได้คุมทีมเป็นฤดูกาลสุดท้าย แถมแมนฯ ซิตี้ ยังมีลุ้นแชมป์อีก 2 รายการอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เปเญกรินี่เองก็เคยพาทีมได้แชมป์ฟุตบอลลีกเมืองผู้ดีในฤดูกาลเดียวกันกับที่ได้แชมป์ลีกคัพมาแล้ว

ขณะที่ทีมหงส์แดงซึ่งเป็นถึงแชมป์สูงสุดรายการนี้ 8 สมัย ต้องพบความพ่ายแพ้ในเกมชิงดำลีกคัพเป็นครั้งที่ 4 เช่นเดียวกับการที่เยอร์เก้น คล็อปป์ โค้ชคนใหม่ของทีมชาวเยอรมัน ต้องพลาดแชมป์แรกของตัวเองในฐานะกุนซือลิเวอร์พูล แต่ยังเหลือลุ้นแชมป์ยูโรป้าลีกในฤดูกาลนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปืน’หงิกเจอผีหลอก!-‘ไก่’ขันยังบี้เลสเตอร์ 2 แต้มเหมือนเดิม
บทความถัดไป“สรรพากร”เร่งปิดจ๊อบลดหย่อนภาษีบุคคลเป็น1.2แสนบาท คาดใช้ทันปีภาษี60