ช็อกกีฬาไทย! อธิบดีกรมพลศึกษา’นเร เหล่าวิชยา’โดนแทรกแซงการทำงานลาออกจากตำแหน่ง

18.04.17 | 14:30 น.

เมื่อวันที่ 18 เมษายน ช็อกวงการกีฬา ! นเร เหล่าวิชยา ประกาศลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา เรียบร้อยแล้ว โดยส่งข้อความทางไลน์ถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ระบายความอึดอัดใจของตัวเอง เผยเหตุถูกแทรกแซงการทำงาน แบบไม่ไว้หน้าและหยามศักดิ์ศรีกันจนไม่อาจจะรับได้

สำหรับเนื้อหาใจความการประกาศลาออกจากตำแหน่งเจ้ากรมสามห่วง แบบช็อกคนในวงการกีฬานั้น มีรายะละเอียดดังนี้

เรียน ผู้บริหาร ข้าราชการและพนักงานกรมพลศึกษา

เมื่อวันที่ 12 เมษยน ปลัดกระทรวงฯ มีคำสั่งแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักนันทนาการ กับผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา ในกรมพลศึกษา ทั้ง 2 ตำแหน่ง โดยไม่มีการแจ้งให้อธิบดีทราบเลย เท่ากับว่าผู้บริหารได้เข้ามาแทรกแซงการทำงานของอธิบดี และเป็นการหมิ่นเกียรติกันอย่างรุนแรง ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้บริหารกรมพลศึกษา ถือว่าเป็นการกระทำที่ทำให้ไม่สามารถบริหารงานในหน้าที่และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงในการขับเคลื่อนแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และที่สำคัญเป็นการไม่ให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีต่อตำแหน่งอธิบดีที่เป็นผู้บริหารกรม

ผมได้เรียนให้พวกเราทราบเมื่อคราวประชุมประจำเดือนเมื่อวันที่ 11 เมษายน ว่าผมเปรียบเสมือนโค้ชของทีมพลศึกษา สิ่งที่ต้องทำคือการนำทีมไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ และการนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้ ต้องมีการวางตัวผู้เล่นที่เหมาะสม เมื่อผมไม่สามารถวางตัวผู้เล่นที่เหมาะในตำแหน่งที่สำคัญได้ ผมก็คงไม่สามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายได้ ผมจึงต้องพิจารณาตนเอง

Advertisement

ดังนั้น ผมจึงขอลาออกจากราชการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถอดทนต่อการถูกแทรกแซงการบริหารงาน และไม่เคารพในเกียรติและศักด์ศรีที่ผู้บริหารควรมีต่อกันและกัน

ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของกรม ไปได้ด้วยดีตลอดเวลาที่เราทำงานด้วยกัน

ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
นเร เหล่าวิชยา

ผู้สื่อข่าว “มติชน” ได้รับการเปิดเผยเพิ่มเติมจากนายนเร เหล่าวิชยา อดีตรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่โยกมานั่งอธิบดีกรมพลศึกษาเมื่อปีที่ผ่านมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง สาเหตุที่ต้องตัดสินใจลาออกเป็นไปตามข้อความไลน์ที่ส่งชี้แจงไปยังพนักงานของกรมพลศึกษาทั้งหมดทุกประการ ซึ่งเบื้องลึกเบื้องหลังที่ถูกแทรกแซงการทำงานเพราะในขั้นตอนการสรรหาผู้เหมาะสมมาทำหน้าที่ 2 ตำแหน่งใหญ่ในกรมพลศึกษาคือ ผู้อำนวยการสำนักนันทนาการ กับผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา ตนได้หารือนอกรอบกับทางปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้เสนอชื่อผู้เหมาะสมมารับตำแหน่งดังกล่าวทั้ง 2 ตำแหน่งไปแล้ว ซึ่ง ณ เวลานั้นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เห็นด้วยกับรายชื่อดังกล่าว แต่แล้วจู่ๆ มีคำสั่งแต่งตั้งคนที่มาทำหน้าที่ดังกล่าวคือ นางรุ่งอรุณ เขียวพุ่มพวง ผู้อำนวยการสำนักนันทนาการ และนายพัชระ ตั้งพานิช ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา ซึ่งไม่ใช่คนที่ตนได้เสนอชื่อเข้าไป โดยการแต่งตั้งดังกล่าวไม่ได้มีการสอบถามใดๆ ก่อนเลย เป็นการแต่งตั้งแบบข้ามหัวผู้บังคับบัญชาอีกด้วย แถมในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา ยังเป็นการแต่งตั้งแบบข้ามห้วยมาจากข้าราชการในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

“ผมได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และถี่ถ้วนแล้ว ในเมื่อเราไม่สามารถที่จะเลือกผู้ใต้บังคับบัญชาเองได้ เราจะอยู่ทำไม การทำแบบนี้เป็นการไม่ให้เกียรติกันอย่างมาก ผมจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นอธิบดีกรมพลศึกษาดีกว่า แม้ว่าผมจะเหลืออายุราชการอีก 5 เดือนก็ตาม เพื่อความสบายใจ และเป็นการบอกว่า การกระทำดังกล่าวของผู้บริหารกระทรวงไม่ถูกต้อง ผมไม่ได้วางแผนอะไรไว้มากนักหลังเกษียณอายุราชการ เวลานี้ผมได้ยื่นหนังสือลาออกผ่านระบบสารบัญตามขั้นตอนไปแล้ว ผมคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หลังจากกระแสข่าวหลุดออกไปก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หลังจากนี้ผมคงใช้เวลาสักพักในการพักผ่อน”นายนเรกล่าว