ตามที่นายนเร เหล่าวิชยา ตัดสินใจช็อกวงการกีฬาด้วยการประกาศลาออกอย่างกะทันหันจากตำแหน่ง “อธิบดีกรมพลศึกษา” โดยได้ส่งข้อความไลน์ถึงข้าราชการในกรมพลศึกษารายบายความอัดอั้นตันใจระบุทำนองว่า ไม่พอใจการที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงนามแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักนันทนาการ (นางรุ่งอรุณ เขียวพุ่มพวง) กับผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา (นายพัชระ ตั้งพานิช) สังกัดกรมพลศึกษา เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา เป็นการไม่ให้เกียรติกันเพราะไม่ใช่รายชื่อที่อธิบดีกรมพลศึกษาเสนอชื่อไปก่อนหน้านี้ และยังเป็นการผิดข้อตกลงเบื้องต้น โดยในส่วนของนายพัชระ ตั้งพานิช ถือว่าข้ามห้วยมาจากข้าราชการในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วยนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ิ 19 เมษายน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับนายนเร เหล่าวิชยา หลังจากที่ท่านได้ลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาไป ซึ่งกำลังพูดคุยอยู่ในแง่ของเรื่องการที่เรามุ่งหมายในเป้าหมายเดียวกันหมดเลย ในแง่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการทำอย่างไรให้ประเทศไทยดำเนินไปตามแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ซึ่งเพิ่งประกาศใช้อออมา
“การทำงานของเราเน้นการทำงานเป็นทีม แต่แน่นอนว่าเป้าหมายมันก็ยาก เพราะฉะนั้นวิธีการทำงานมันก็คงมีหลากหลายวิธี ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีการพูดคุยกันว่าแนวทางนี้จะดีกว่าไหม หรือแนวทางนั้นจะดีกว่าไหม แล้วบางอย่าถ้าเกิดมองระยะสั้นก็อาจจะเป็นแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็คงต้องมองระยะกลาง และระยะยาวด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็นอีกแบบหนึ่ง วิธีการทำอาจจะมีอยู่ 2-3 แบบ แต่เป้าหมายเดียวกัน” นางกอบกาญจน์กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวว่า ท่านนเรเป็นคนดี และเป็นคนเก่งมาก ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับเราเลย ซึ่งก็พยายามพูดคุยกันอยู่ในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามตามขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่เป็นสิ่งที่ทำอย่างไรให้ถึงเป้าหมายด้วยวิธีการอะไร ทั้งนี้วิธีการบริหารจัดการคนอาจจะมีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายมุมมอง แต่จะพยายามมองว่าจะต้องให้เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐ และอย่างไรถึงจะเหมาะสมที่สุด ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก และสร้างความสมดุลให้ตอบโจทย์ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ถือเป็นการยับยั้งให้นายเนร เหล่าวิชยา ยังคงอยู่ในตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาหรือไม่ นางกอบกาญจน์ ตอบว่า กำลังพูดคุยกันอยู่ และแน่นอนว่าจะพยายามให้ท่านนเรยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป รวมทั้งยังไม่มีการดำเนินการคัดเลือกหาผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาคนใหม่ในตอนนี้
ขณะที่ นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ได้เข้าพบและหารือกับนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพูดคุยกับเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยนางกอบกาญจน์ยอกแต่เพียงว่า เดี๋ยวค่อยว่ากัน อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยืนยันเหมือนเดิมว่า จะขอลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันยังไม่มีการพูดคุยใดๆ กับนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ผ่านมาไม่เคยพูดคุยกันทางโทรศัพท์อยู่แล้ว แต่ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งในการทำงานกับปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงทั้ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวนั้น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงได้แต่งตั้งบุคคลที่ตนไม่ได้เสนอชื่อเข้าไปทั้ง 2 ตำแหน่งทั้งที่มีการหารือและพูดคุยกันไว้ก่อนมีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา
นายนเรกล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องการยับยั้งการลาออกเป็นอำนาจเต็มของปลัดกระทรวงฯ ในฐานะข้าราชการประจำของกระทรวง เช่นเดียวกับเรื่องอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งข้าราชการเที่ยบเท่าระดับซี 9 ดังกล่าวเป็นของปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเช่นกัน ดังนั้นคำสั่งแต่งตั้งของปลัดกระทรวงกีฬานั้น ไม่ได้ขัดต่อข้อกฎหมายเป็นการแต่งตั้งอย่างถูกต้องเพียงแต่ไม่ใช่การแต่งตั้งคนที่อธิบดีกรมพลศึกษาเป็นคนเลือกและเสนอชื่อเข้าไป ซึ่งตนไม่เข้าใจเหตุผลเช่นกัน
“ผมยังยืนยันแม้ว่าจะมีการยับยั้งการลาออกแต่ผมคงต้องลาออก ผมได้ยื่นหนังสือลาออกไปแล้ว และตามขั้นตอนจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน หลังจากนั้นผมคงพักผ่อนสักระยะ ส่วนเรื่องกระบวนการในการแต่งตั้งอธิบดีคนใหม่มาทำหน้าที่นั้น อยู่ที่กระทรวงว่าจะเสนอชื่อใครเข้าขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ผมจะหมดหน้าที่อย่างเป็นทางการผมจะเปิดใจฝากฝังงานกีฬาหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับกรมพลศึกษาเพราะผมต้องการให้เป็นไปตามแผนที่ผมได้เคยประกาศนโยบายก่อนเข้ามาทำหน้าที่” อธิบดีกรมพลศึกษากล่าว
ผู้สื่ข่าวรายงานว่า อดีตข้าราชการในกรมพลศึกษา และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเคยทำงานร่วมกับนายนเร เหล่าวิชยา ส่งข้อความทางไลน์แจ้งถึงผู้สื่อข่าวว่า การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกรมพลศึกษาจนเป็นเหตุให้นายนเร ตัดสินใจลาออกเป็นเรื่องของการเมืองภายในกระทรวง

