พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 256 ที่โรงแรมเดอะ ทวินทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน
ที่ประชุมหารือเรื่องการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพกรีฑาเอเชี่ยน ยูธ 2017 และการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เดือนสิงหาคม และการวางแผนระยะยาว 4 ปี รวมไปถึงมีการรับรองงบดุลของสมาคมฯ ซึ่งปี 2559 ที่ผ่านมา สมาคมกีฬากรีฑาฯ มีรายรับ 52,547,876.34 บาท รายจ่าย 51,963,324.19 บาท รวมรายรับสูงกว่ารายจ่าย 584,552.15 บาท
“แฝดใหญ่” พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคม เปิดเผยว่า ซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซียพยายามเตรียมทีมอย่างเต็มที่ แต่ต้องระวังคู่แข่งไว้ทั้งฟิลิปปินส์ที่มีการนำนักกีฬาจากสหรัฐเข้ามา หรือเจ้าภาพมาเลเซียเอง ก็มีลูกเล่นมากมาย จึงเป็นเรื่องยากที่จะประเมินได้ ทำได้เพียงเตรียมทีมให้พร้อมที่สุด
จากนั้นช่วงบ่าย พล.ต.อ.สันต์ เป็นประธานแถลงข่าวความพร้อมจัดกรีฑายุวชนชิงแชมป์เอเซีย 2017 โดยมีนายถิรชัย วุฒิธรรม ผู้จัดการทีมกรีฑา เอเชียน ยูธ 2017 และนายเกียรติศักดิ์ อุ่นเสียม ผอ.ฝ่ายความเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมแถลง
กรีฑายุวชนชิงแชมป์เอเชีย 2017 จะจัดขึ้นที่สนามศุภชลาศัย ระหว่างวันที่ 20-23 พฤษภาคม โดยมี 45 ประเทศเข้าร่วม ชิงชัยทั้งหมด 40 เหรียญทอง โดยไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 47 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชาย 24 คน และนักกีฬาหญิง 23 คน
พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าวว่า การแข่งขันรายการนี้นับว่ามีความสำคัญในการเตรียมนักกีฬาหน้าใหม่ขึ้นมา เพื่อใช้สำหรับการเตรียมเพื่อควอลิฟายยูธโอลิมปิกเกมส์ ในปี 2561 นอกจากนี้รายการนี้ยังเป็นการคัดเลือกนักกีฬาเพื่อเข้าแข่งกรีฑายุวชนชิงแชมป์โลก ที่ประเทศเคนยา เดือนกรกฎาคมนี้อีกด้วย
“ยุวชนชิงแชมป์โลกเป็นรายการที่สมาคมตั้งความหวังเอาไว้ แต่ทุกประเทศที่มาแข่งขันนั้น ล้วนแต่ส่งนักกีฬาหน้าใหม่มาทั้งสิ้น ทำให้ไม่มีข้อมูลของนักกีฬาเท่าไหร่นัก แต่รายการที่ไทยน่าจะทำผลงานได้ดีคือการวิ่งผลัดผสม เพราะว่าในทุกระยะนั้นไทยมีตัวนักกีฬาทั้งหมด นอกจากนี้กีฬาประเภทลาน พวกกระโดดทั้งไทยมีลุ้นเช่นกันเพราะสถิติอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งรายการนี้จะเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นคู่แข่งไปด้วย” แฝดใหญ่ กล่าวในตอนท้าย

