เปตองยังอลหม่าน รอลุ้น 9 ต.ค.นี้ ได้ ปธ.สหพันธ์โลกคนใหม่ จ่อคืนสมาชิกภาพประเทศไทย
ความคืบหน้ากรณี โคลด อาเซม่า ประธานสหพันธ์เปตองนานาชาติ (F.I.P.J.P) ได้ส่งจดหมายถึงคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ สั่งแบนไม่ให้จัดการแข่งขันเปตอง ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 หากชาติใด ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ จะถูกห้ามเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นระยะเวลา 2 ปี จนถึงซีเกมส์ครั้งหน้า ที่มาเลเซีย ในปี 2027 ซึ่งรวมถึงการแข่งขันเวิลด์เกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ และเอเชี่ยนมาเชียลอาร์ตเกมส์ อันเป็นผลสืบเนื่องจากสหพันธ์เปตองนานาชาติ (F.I.P.J.P) ถอดสมาชิกภาพสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กันยายน นาวาอากาศโท สุทธิโรจน์ ประพันธ์พัฒ นายกสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ออกมาเปิดเผยกับ “มติชน” ว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ตนและฝ่ายกฎหมายได้เข้าพบกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อหารือปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่มีผู้แทนของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วม ต้องเข้าใจว่าบริบทการเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทยทุกชนิดกีฬาเป็นหน้าที่ของ กกท.ในการดำเนินการซึ่ง กกท.จะมอบหมายให้สมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” รับผิดชอบ ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ มีหน้าที่ในการส่งนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬาต่างๆ ที่คณะกรรมการโอลิมปิคฯ เป็นสมาชิกเช่น ซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, โอลิมปิกเกมส์ ฯลฯ
นาวาอากาศโท สุทธิโรจน์ ประพันธ์พัฒ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนปัญหาของเปตองคือ หลังจากสมาคมฯ ถูกสหพันธ์โลกแบน ในขั้นตอนการเตรียมนักกีฬาทางสมาคมฯ ก็เตรียมร่วมกับ กกท. ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2567 และมีการคัดเลือกนักกีฬา และเก็บตัวเพื่อเตรียมซีเกมส์กันมาต่อเนื่อง กระทั่งคณะกรรมการโอลิมปิคฯ มาดำเนินการตั้งคณะกรรมการกลาง ที่มี พล.อ.มังกร โกสินทรเสนีย์ เป็นประธาน และได้คัดเลือกนักกีฬาเปตองไทยขึ้นมาอีกชุด นักกีฬาส่วนใหญ่ซ้ำซ้อนกับที่สมาคมเตรียมอยู่แล้ว มีเพียง 6 คนที่ไม่ซ้ำ และทีมงานสต๊าฟโค้ชก็คนละชุดกัน ต้องบอกว่า คณะกรรมการกลางที่โอลิมปิคไทยตั้งขึ้นไม่ได้กลางเหมือนชื่อเพราะเป็นฝ่ายที่แพ้ตนในการเลือกตั้ง และมีผู้แทนสหพันธ์โลกที่อยู่กับขั้วอำนาจเดิมแล้วจะเป็นกลางได้อย่างไร ประการสำคัญคือ กกท. ก็มองว่า หน้าที่ในการตั้งคณะกรรมการกลางเป็นหน้าที่ของ กกท. ไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เหมือนเช่น ปัญหาสมาคมกีฬายิงปืนฯ ในอดีต
นาวาอากาศโท สุทธิโรจน์ ประพันธ์พัฒ กล่าวต่อว่า ถึงตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่า ซีเกมส์สำหรับกีฬาเปตองจะมีบรรจุแข่งขันหรือไม่ อย่างไร ตอนนี้ยังลูกผีลูกคน จากการหารือกับผู้ว่าการ กกท. ก็ได้ข้อสรุปว่า กกท.จะทำหนังสือชี้แจงไปยังคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และมีการหารือกันว่า ให้มีการคัดเลือกนักกีฬากันใหม่ แต่ตนก็ยังไม่แน่ใจว่า จะคัดเลือกนักกีฬากันใหม่ทำไมในเมื่ออาจจะมีเปตองแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ตอนนี้ทุกอย่างยังคลุมเครือ ประการสำคัญคือ ในวันที่ 9 ตุลาคม สหพันธ์เปตองนานาชาติ (F.I.P.J.P) จะจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งประธานคนใหม่เนื่องจากประธานคนปัจจุบันคือ โคลด อาเซม่า จะครบวาระการบริหารงาน และมีเพียงกลุ่มเดียวที่เสนอตัวชิงเก้าอี้ประธานสหพันธ์เปตองนานาชาติคนใหม่ซึ่งก็เป็นชาวฝรั่งเศสเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกฎหมายของสมาคมกีฬาเปตองฯ ได้เข้าพบและหารือ พร้อมกับชี้แจงปัญหาของไทยกับ “ว่าที่” ประธานสหพันธ์เปตองนานาชาติคนใหม่เรียบร้อยแล้ว
“ถามว่าโอกาสที่สหพันธ์เปตองนานาชาติจะคืนสมาชิกภาพของประเทศไทยหลังการเลือกตั้งวันที่ 9 ตุลาคม คำตอบคือ มี แต่ต้องขึ้นอยู่กับการชี้แจงและหลักฐานของไทย ซึ่งเรายืนยันความโปร่งใส่และบริสุทธิ์ใจการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่วนซีเกมส์จะได้จัดหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้เลย ทุกอย่างยังสับสน เอกสารหลักฐานที่เผยแพร่ออกมา สมาคมไม่ได้รับจากสหพันธ์เลย สอบถามไปยังเมียนมา และกัมพูชา เขาก็บอกว่าได้แล้ว” นาวาอากาศโท สุทธิโรจน์ กล่าว
นายกสมาคมเปตองไทยกล่าวต่อไปว่า ขั้วอำนาจเก่าบางคนก็กลับใจไม่อยากจะทำลายวงการอีกต่อไปแล้ว ติดต่อมาหาพร้อมจะร่วมมือกันทำงาน แต่บางคนยังดื้อที่จะอยู่ในอำนาจ ทำลายวงการ เอานักกีฬาไทยเป็นตัวประกัน เป็นเรื่องน่าเศร้ามากของวงการกีฬาไทย หลังจากนี้เราจะทำหนังสือชี้แจงไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเรายืนยันความถูกต้อง 100% ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจาก “คนในกลุ่มขั้วอำนาจเก่า” จำนวน 5 คน ที่ไม่พอใจกับการเสียผลประโยชน์ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อบีบให้ตนลงจากตำแหน่ง ปัญหาภายในเรื่องนี้ จริงๆ มาคุยกันเองก็ได้ในประเทศ เคลียร์กันเองให้จบระหว่างคนไทยด้วยกันก็ได้ แต่พวกขั้วอำนาจเก่า กลับส่งเรื่องนี้ไปที่สหพันธ์เปตองโลก

