นายกเปตองไทยไขก๊อก! กกท.เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากกรณีที่ สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถูกสหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP) ลงโทษแบน ห้ามส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ที่สหพันธ์รับรอง อันเนื่องจากประเด็นเรื่องผู้นำองค์กรขาดคุณสมบัติ ก่อนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลงานการกีฬาของชาติ สั่งให้คณะทำงานส่งเอกสารชี้แจง พร้อมส่งตัวแทนรัฐบาลไทย เดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อชี้แจงอย่างเร่งด่วน จนในที่สุดสหพันธ์ไฟเขียวให้ประเทศไทยสามารถจัดการแข่งขันเปตองในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคมนี้ แต่ในส่วนของสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยฯ ยังโดนโทษแบนจากสหพันธ์อยู่นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), และนาวาโท สุทธิโรจน์ ประพันธ์พัฒ นายกสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกันแถลงข่าวประเด็นการบริหารงานภายในสมาคมกีฬาเปตองไทยฯ จากกรณีที่ฃถูกสหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP) ลงโทษแบน ที่ศูนย์ประสานงานซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ภายใน กกท. หัวหมาก กรุงเทพฯ
ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ กล่าวว่า จากปัญหาของกีฬาเปตองที่มีมาระยะหนึ่ง ทางรองนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ร่วมประชุมรับฟังปัญหาและเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ โดยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าตอนนี้ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ซึ่งก็ได้ประสานงาน และทางนายกสมาคมกีฬาเปตองฯ ก็ได้เสียสละด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเดินหน้าไปเป็นไปอย่างโปร่งใส และยุติธรรม รวมทั้งให้การจัดแข่งขันเปตองในซีเกมส์ดำเนินการไปได้
ดร.หิมาลัย กล่าวว่า ขอให้มั่นใจในนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และต้องบอกว่า นาวาโท สุทธิโรจน์ ประพันธ์พัฒ ได้เสียสละให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง ยังตอบไม่ได้ว่านานแค่ไหน แต่จะทำให้เร็วที่สุด รวมทั้งจะต้องตอบคำถามสังคม และสหพันธ์ให้ได้ ตอนนี้ท่านนายกเปตองได้เว้นวรรคไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนผลสอบออกมาเป็นอย่างไรก็คงจะต้องคืนความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย
ขณะที่ นาวาโท สุทธิโรจน์ ประพันธ์พัฒ กล่าวว่า ขอบคุณรองนายกฯที่ท่านลงมาแก้ไขปัญหากีฬาเปตอง ซึ่งสมาคมถูกสหพันธ์แบนเริ่มจากตัวนายกสมาคม, กรรมการบริหาร และสมาคม ทั้งนี้เพื่อให้เข้าสู่การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตนเองจึงขอลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งตามข้อบังคับจะต้องแจ้ง กกท.ล่วงหน้า 7 วัน เพื่อประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม ซึ่งก็จะมีขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ และจะต้องมีมติจากที่ประชุมให้นายกสมาคมลาออก จึงจะมีผลทันที จากนั้นตามข้อบังคับจะจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน
“ตัวผมยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ไม่มีปัญหาที่น่าวิตกกังวลในข้อกล่าวหาต่างๆ ส่วนนายกสมาคมคนใหม่นั้นก็คงขึ้นอยู่กับสโมสรชมรมสมาชิกว่าจะเลือกใคร ขอให้สมาชิกทั่วประเทศร่วมแรงร่วมใจกันรักษาสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ต่อไป” นาวาโท สุทธิโรจน์ ประพันธ์พัฒ กล่าว
ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี กล่าวว่า ตนได้รับนโยบายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้คลี่คลายปัญหาทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งทางสหพันธ์ก็ให้ไทยจัดเปตองในซีเกมส์ได้แล้ว ส่วนปัญหาในบ้านเราก็ดำเนินการไปตามข้อบังคับกฎหมาย หลังจากนี้ทุกอย่างจะดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง พยานและหลักฐาน ซึ่งทาง นาวาอากาศโท สุทธิโรจน์ ได้แสดงเจตนาที่ดี เพื่อให้เปตองซีเกมส์ได้เดินต่อไป เพื่อให้จัดแข่งขันซีเกมส์ และนักกีฬา 8 ชาติ สามารถเข้าร่วมอย่างสง่าผ่าเผย
“เรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ปัญหา กกท. ได้มีหนังสือชี้แจงไปยังสหพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสื่อสารที่ผ่านมาซึ่งอาจจะไม่ตรงกัน ซึ่ง กกท. เองก็ได้ทำตามระเบียบแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น หาก นาวาอากาศโท สุทธิโรจน์ เป็นผู้บริสุทธิ์ ก็จะนำเรื่องแจ้งกลับไปยังสหพันธ์ว่า การตรวจสอบตามกฎหมายของไทยเสร็จสิ้นแล้ว จากนั้นเป็นการตัดสินใจของสหพันธ์เปตองต่อไป เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับสมาคมกีฬาอื่นๆ ต่อไป”
ผู้ว่าการ กกท.กล่าวอีกว่า การตรวจสอบจะทำให้เร็วที่สุด และเรารอเอกสารจากต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อให้ครบถ้วนที่สุด และมีความโปร่งใสยุติธรรม ส่วนการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่นั้น เราคงจะต้องตรวจสอบเรื่องทะเบียนสมาชิก ด้านการเตรียมนักกีฬาเปตองสำหรับซีเกมส์นั้น จะเดินหน้าต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยให้ทางคณะกรรมการกลางที่จัดตั้งขึ้นมา และได้หารือกับสหพันธ์ เป็นฝ่ายกำกับดูแลภายใต้ กกท. เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของสหพันธ์


