นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ที่ กกท.หัวหมาก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม
กกท. เดินหน้าจัดการแข่งขันฤดูกาลที่ 2 เบื้องต้นจัด 4 รุ่นอายุคือ 13 ปี, 15 ปี, 17 ปี และ 19 ปี เริ่มต้นฟาดแข้ง 24-25 มิถุนายน ในรอบเพลย์ออฟ และต่อเนื่องในรอบลีกโซน 8 โซนอีก 18 สัปดาห์ระบบพบกันหมด เหย้า-เยือน เพื่อหาแชมป์ และรองแชมป์เข้ารอบ 16 ทีม ก่อนคัดเลือก 8 ทีมเข้าสู่รอบไฟนัล เฟสติวัล “โรด ทู ราชมังคลากีฬาสถาน” ระหว่างวันที่ 6-14 มกราคม 2561 รวมระยะเวลา 10 เดือน ล่าสุดมีทีมสมัครเข้าร่วม 379 ทีม จากเดิม 308 ทีม ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 23 เปอร์เซนต์ ก่อนจะปิดรับสมัครในวันที่ 12 พฤษภาคม
นายพาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกสมาคมฟุตบอล แจ้งว่า ระบบการลงทะเบียนนักฟุตบอลปีนี้จะเป็นการลงทะเบียนด้วยระบบของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย(เอเอฟซี) ซึ่งเชื่อมกับฐานข้อมูลของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ซึ่งไทยจะเป็นชาติแรกที่ใช้ระบบนี้ เพื่อที่จะเป็นการเก็บข้อมูลนักเตะตั้งแต่เยาวชน จนถึงการเล่นในระดับอาชีพ
นายสกล กล่าวว่า จากข้อมูลของผู้แทนสมาคมฟุตบอลฯ พบว่าแนวทางการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนของไทยยังสะเปะสะปะ เพราะมีหลายหน่วยงานที่ทำฟุตบอลเยอะเช่น ฟุตบอลกรมพลศึกษา ฟุตบอลภาคเอกชนทั้งโค้กคัพ รุ่น 19 ปี หรือฟุตบอลช้าง รุ่น 13 ปี รวมถึงรุ่น 15 ปี ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ดี แต่หากจัดวางโปรแกรมร่วมกันให้สอดคล้องกันไม่ทับซ้อนกันก็จะดียิ่งขึ้น ซึ่งส่วนนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อยากให้ กกท. เป็นเจ้าภาพเชิญทุกภาคส่วนมาหาแนวทางทำงาน และวางปฏิทินให้สอดประสานกัน ส่วนแนวคิดจากสโมสรหลายๆ แห่ง อยากให้มีการนำเยาวชนหญิงรุ่น 18 ปีร่วมฟาดแข้งในรุ่นเยาวชนชาย 13 ปี เป็นแนวทางที่น่าสนใจทีเดียวเพื่อเปิดโอกาสให้กับเยาวชนหญิงได้มีเวทีมากขึ้น



