เปิดตัว’ราเยวัช’ยาหอมไทยไปบอลโลก2022!แจงข้อดี-ข้อเสีย’ช้างศึก’-ลองทีมใหม่อุ่น’อุซเบฯ’

5.05.17 | 15:42 น.

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานแถลงข่าวแต่งตั้ง มิโลวาน ราเยวัช โค้ชชาวเซอร์เบีย ขึ้นเป็นเฮดโค้ชทีม “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยคนใหม่อย่างเป็นทางการ ที่สำนักงานสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม

ราเยวัช กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยคนใหม่ ซึ่งเชื่อว่าฟุตบอลไทยนั้นยังมีโอกาสที่จะพัฒนาต่อไปได้อีก ฟุตบอลนั้นเป็นกีฬาที่สำคัญของประเทศไทย และมั่นใจว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาฟุตบอลไทย

“สิ่งที่จะเห็นจากทีมชาติไทยหลังจากนี้คือการพัฒนาความสามารถของทีม ต้องการแสดงให้เห็นว่าทีมชาติไทยนั้นสามารถต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ได้มากขึ้น ผมได้ทำการบ้านเกี่ยวกับทีมชาติไทยมาเป็นอย่างดี ทั้งตัวผู้เล่น และรูปแบบการเล่น อย่างไรก็ตามคงจะต้องใช้เวลา และได้มีโอกาสพบกับนักเตะก่อน จึงจะสามารถบอกได้ว่าทีมชาติไทยจะมีสไตล์การเล่นอย่างไร นักเตะไทยมีความสามารถทางเทคนิคอยู่แล้ว เชื่อว่าทุกคนจะปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นหรือแผนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี”ราเยวัชกล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนของทีมชาติไทยที่มองเห็น ซึ่งราเยวัช ตอบว่า นักเตะไทยนั้นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ยอดเยี่ยม นั่นเป็นสิ่งที่ตนชอบ นอกจากนี้ยังได้เห็นถึงพรสวรรค์ของผู้เล่นไทย และเทคนิคอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ที่ผ่านมานั้นไทยชอบเล่นเกมรุก ดังนั้นจะต้องรัดกุมมากกว่านี้ ทีมไทยเสียประตูค่อนข้างมาก ซึ่งจากการคุมทีมที่ผ่านมา ทีมของตนจะเสียประตูไม่มาก และแน่นอนไทยต้องพัฒนาเรื่องของแท็กติกให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย

Advertisement

กุนซือช้างศึกป้ายแดง กล่าวต่อว่า การพาทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกนั้น ส่วนตัวมีประสบการณ์ในการพาทีมกานา ไปฟุตบอลโลกมาแล้ว อย่างไรก็ตามการจะไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ต้องใช้เวลา ความใจเย็น และความทุ่มเท ไม่ใช่จากผู้เล่นเท่านั้น แต่จากทุกคนที่มีส่วนร่วม ซึ่งถ้าหากทำงานกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็เชื่อว่าไทยจะไปถึงจุดนั้นได้ และหวังว่าจะทำสำเร็จตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์

“ผมเคยถูกถามตอนที่คุมกานาว่าจะไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ได้หรือไม่ ซึ่งผมก็ตอบว่าจะทำเต็มที่ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความเป็นจริงว่าอยู่ตรงจุดไหน และต้องทำงานอย่างหนัก ความฝันเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี ถ้าหากทุกคนทำงานร่วมกัน เชื่อว่าความฝันจะไม่ไกลเกินเอื้อม”

ราเยวัช กล่าวในตอนท้ายว่า เกมอุ่นเครื่องที่จะต้องบุกไปเยือนอุซเบกิสถาน วันที่ 6 มิถุนายน มีเวลาในการเตรียมทีมไม่มาก เพียง 2-3 วันเท่านั้น อีกทั้งนักเตะส่วนใหญ่จากทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ต้องตามมาเสริมทัพภายหลัง เป็นโอกาสที่ดีในการลองผู้เล่นใหม่ แม้จะเป็นเกมอุ่นเครื่องแต่ก็ต้องการผลที่ดีเหมือนกัน