หน้าแรก กีฬา เปิดตัวโทรฟี่...

เปิดตัวโทรฟี่ โมโตจีพี สนามประเทศไทย เคาต์ดาวน์เปิดฉากฤดูกาลที่สนามช้างฯ 

8.01.26 | 16:15 น.

เปิดตัวโทรฟี่ โมโตจีพี สนามประเทศไทย เคาต์ดาวน์เปิดฉากฤดูกาลที่สนามช้างฯ 

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานแถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันโมโตจีพี สนามประเทศไทย รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” โดยมีผู้สนับสนุนภาครัฐและเอกชน นำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.), บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือพีทีจี, บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (ดูคาติ ประเทศไทย), Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) รวมทั้งทัพสื่อมวลชน-อินฟลูเอนเซอร์ และผู้สนับสนุนร่วมงานมากกว่า 300 คน ที่สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 มกราคม

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน แถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ประจำปี 2569 รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” (PT Grand Prix of Thailand 2026) ซึ่งประเทศไทยยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นับถอยหลังพร้อมรับหน้าที่สนามทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (Pre-Season Test) ระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 และการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ภายในงานแถลงข่าวได้มีการเปิดตัวถ้วยรางวัลโมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของฤดูกาล งานออกแบบถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “สนามเปิดฤดูกาล” ของศึกสองล้อระดับโลก โดยแนวคิดหลักเปรียบเสมือน การจุดคบเพลิงแห่งการเริ่มต้น จากสนามแรกคือประเทศไทยไปสู่ทั้งฤดูกาล โมโตจีพี 2026

งานออกแบบเชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่ส่วนบนที่ถ่ายทอดรูปทรง Track Layout ของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เคลือบสีธงชาติไทย แทนสัญลักษณ์ของประเทศเจ้าภาพ และมีการนำลายผ้า “สิริวชิราภรณ์” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานให้ชาวบ้านทุกท้องถิ่น รวมถึงชาวบุรีรัมย์ได้ใช้ถักทอและตัดเย็บสร้างรายได้ ปลุกชีวิตผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย ตามโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”และบทบาทของ MotoGP สนามประเทศไทย ที่ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระดับโลก แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬา เศรษฐกิจ และวิถีชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน ส่งมอบให้กับแชมป์โมโตจีพี สนามประเทศไทย เพื่อบันทึกความสำเร็จของฤดูกาลที่เปิดศักราชใหม่บนผืนแผ่นดินไทย

Advertisement

ดร.ก้องศักด ยอดมณี กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิให้เป็นสนามเปิดศักราชใหม่ของโมโตจีพี 2026 โดยเป็นสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และถือเป็นปีที่ 7 ของการเป็นเจ้าภาพโมโตจีพี สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการระดับสากล สำหรับ กกท. มอง ไทยจีพี ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน สปอร์ต ทัวริมซึม โดยการเป็นสนามเปิดฤดูกาล ดึงดูดแฟนๆ ให้มุ่งหน้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์และประเทศไทยต่อเนื่อง แปรเปลี่ยนเป็นรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 25,000 ล้านบาท

“นี่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ประเทศได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตจีพี ซึ่งจะยังดำเนินต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี และเรายังมุ่งสร้างอัตลักษณ์ของไทยจีพี ให้ชัดเจนและแตกต่าง ผ่านการต้อนรับ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมตลอดสัปดาห์การแข่งขัน รวมถึงมวยไทย วิถีถิ่นไทย ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ให้โมโตจีพีสนามประเทศไทยถูกจดจำในฐานะสนามที่มอบประสบการณ์ระดับโลก และเป็นปลายทางที่แฟนความเร็วอยากเดินทางมาเยือนและกลับมาอีกครั้ง”

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำหรับ ททท.ไม่ได้มองโมโตจีพีเป็นเพียงอีเวนต์กีฬาระยะสั้น แต่เป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว” ของการท่องเที่ยวไทย ภายใต้นโยบายสปอร์ต ทัวริซึม ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง การต่อสัญญาการจัดการแข่งขันออกไปอย่างน้อย 5 ปี จนถึงปี 2031 เปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถวางแผนการดำเนินงานเชิงรุกมากขึ้น มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน และต่อยอดสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับโลก

“ในมุมของการดำเนินงานของ ททท. โมโตจีพีจะเป็นกิจกรรมระดับเวิลด์ อีเวนต์ ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เดินทางเป็นกลุ่ม มีการใช้จ่ายสูง และมักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ โมโตจีพีจึงช่วยกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งถ่ายทอดภาพลักษณ์ประเทศไทยไปสู่กว่า 200 ประเทศทั่วโลก”

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ให้การสนับสนุนไทยจีพีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีแรก โดยใช้เวทีระดับโลกนี้เป็นช่องทางรณรงค์ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน มีกลุ่มเป้าหมายคือ แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่เดินทางมาชมการแข่งขันนับแสนคนต่อปี และในปี 2026 ได้ร่วมกับ กกท. จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญ “Ride For Life ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต” เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีไฮไลต์คือสื่อประชาสัมพันธ์ชุด “วัดใจ” ที่มุ่งสร้างการตระหนักรู้ด้านการคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception) ควบคู่กับบูธกิจกรรมและเกมด้านความปลอดภัยภายในงาน ที่ให้ความรู้ควบคู่ความสนุก และส่งเสริมการขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งได้ติดตามสถิติอุบัติเหตุก่อนและหลังการจัดงานในจังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง พบว่าสถิติอุบัติเหตุมีแนวโน้มลดลง และจากการประเมินผลกิจกรรม ผู้เข้าร่วมกว่า 92% มีความเข้าใจและตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนนมากขึ้น สะท้อนพลังของแฟนมอเตอร์สปอร์ตในการร่วมสร้างสังคมการเดินทางที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีจี ในฐานะ Title Sponsor เผยถึงความพิเศษในปีนี้ว่า PTG จัดเต็มแบบ Go for Max ด้วยการขยาย PTG Village ให้ใหญ่ขึ้น พร้อมจอ LED ยักษ์ความคมชัดสูงเต็มพื้นที่ เพื่อให้แฟนๆ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดจากในสนามได้แบบเต็มอิ่มจุใจ รวมถึงการยกทัพแบรนด์ในเครือ อาทิ PT Station, PT Maxnitron, Autobacs, Subway และ Coffee World มามอบสิทธิพิเศษและกิจกรรมแบบจัดเต็มตลอดสุดสัปดาห์การแข่งขัน โดยสมาชิกบัตร Max Card Plus / บัตร Max Card Plus EV และบัตร Max Card จะได้รับส่วนลด ลุ้นของรางวัลและสิทธิประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังมีจุดจำหน่ายกาแฟพันธุ์ไทย และ MaxMart ไว้คอยให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกอยู่รอบบริเวณงาน ครอบคลุมทุกอัฒจันทร์ และยังมี Paddock Café สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักแข่ง ทีมแข่ง และเปิดจำหน่ายสินค้า Collection 2026 ก่อนใครในโลกตั้งแต่วัน Pre-Season Test รวมทั้งยังมีกิจกรรม Hero Walk และ Meet & Greet นักแข่ง MotoGP, Moto2, Moto3 แบบใกล้ชิดที่ PTG Village ที่เดียว

นางเจษฎากร โคชส์ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวว่า เราสานต่อแนวคิด MORE THAN A RACE ด้วยการผสานการแข่งขันระดับโลกเข้ากับความบันเทิงและวัฒนธรรมไทย ยกระดับให้เป็นมอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัลระดับโลก สำหรับไฮไลต์สำคัญยังคงอยู่ที่ Chang House ศูนย์กลางความสนุกที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ ควบคู่กิจกรรมความบันเทิง Chang Music Connection กับคอนเสิร์ตศิลปินระดับแถวหน้าตลอด 3 วัน เริ่มจากวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ “Little John” (ลิตเติ้ลจอห์น) และ “Klear” (เคลียร์) วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ “Lomosonic” (โลโมโซนิก) และ คณะเซียนบันเทิงศิลป์ ปิดท้ายความสนุก วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม “Silly Fools” (ซิลลี่ ฟูลส์) และจุดบริการ Chang Shuttle Station ที่พร้อมต้อนรับแฟนๆ ทุกคนด้วยความประทับใจ

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า แนวคิด “More Than A Race” สะท้อนตัวตนของสนามช้างฯ ที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นสนามแข่งรถ แต่เป็นพื้นที่ของชุมชน สังคม และกิจกรรมระดับประเทศ ในปีนี้สนามช้างฯ จะยกระดับประสบการณ์ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันของภาครัฐ-เอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยาย Fan Zone และกิจกรรมเสริมให้แฟนๆ สนุกตลอดทั้งวัน แม้ถือเพียงบัตร Admission ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ด้วยบัตร MotoGP พร้อมสิทธิพิเศษ อาทิ การเข้าชม Pre-Season Test ฟรี โปรโมชั่นและส่วนลดจากผู้สนับสนุน ทั้งนี้ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ไทยจีพี ไม่ได้สร้างแค่ปรากฏการณ์ More Than A Race เท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ที่ More Than Buriram เพราะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขยายผลไปยังจังหวัดโดยรอบและเชื่อมโยงสู่หลายภูมิภาคทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย”

สำหรับแฟนความเร็วยังสามารถซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit