หน้าแรก กีฬา กรมพลศึกษา จั...

กรมพลศึกษา จัดการประกวดศิลปะมวยไทย ประจำปี 2569

27.01.26 | 17:10 น.

กรมพลศึกษา จัดการประกวดศิลปะมวยไทย ประจำปี 2569

ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีเปิดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการมวยไทยกีฬาไทยพลังแห่งการขับเคลื่อนสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยมี นายสุรัตน์ จรณโยธิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกรมพลศึกษา น.ส.สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด และ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ร่วมพิธี ที่ลานอเวนิว โซนเอ ชั้นจี ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 มกราคม

กรมพลศึกษา จัดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการมวยไทยกีฬาไทยพลังแห่งการขับเคลื่อนสุขภาพและเศรษฐกิจ ระหว่างวันที่ 27-30 มกราคม 2569 ที่ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เพื่อเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะมวยไทย อันเป็นมรดกทางศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย ให้แพร่หลายไปสู่ เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะมวยไทย

สำหรับการประกวดครั้งนี้ แบ่งการประกวดออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทคีตะมวยไทย, ประเภทคีตศิลป์มวยไทย ประเภทไหว้ครูและทักษะมวยไทย และแบ่งรุ่นอายุออกเป็น 3 รุ่น คือ อายุไม่เกิน 12 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และรุ่นไม่จำกัดอายุ มีผู้เข้าร่วมการประกวดรอบคัดเลือกจากทั่วประเทศ จำนวน 3,556 คน จาก 291 ทีม และในรอบชิงชนะเลิศ จะทำการประกวดทั้ง 3 ประเภท ซึ่งเป็นทีมที่ผ่านการตัดสินจากคลิปวิดีโอ จำนวน 80 ทีม

ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะมวยไทย อันเป็นมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยให้สืบทอดสู่ลูกหลานไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา เชื่อมั่นว่าทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ย่อมเป็นผู้มีจิตวิญญาณของกีฬามวยไทยอย่างเต็มเปี่ยม

Advertisement

“ผมขอให้เราทุกคน ร่วมแรงร่วมใจในการอนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้กีฬามวยไทยขยายไปสู่ระดับเยาวชนรากหญ้า ให้พัฒนาและต่อยอดไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ ได้อย่างภาคภูมิ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport tourism) และเป็นพลังขับเคลื่อนทางวัฒนธรรม (Soft Power) สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศตามเป้าหมายของรัฐบาล”