นักกีฬาคนหูหนวกทีมชาติไทยเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเดฟลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นโดยสหพันธ์กีฬาคนหูหนวกโลก ระหว่างวันที่ 18-30 กรกฎาคม ที่เมืองแซมซัน ประเทศตุรกี
นายบุญเลิศ ฆนาพรวรกาญจน์ นายกสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯมีนักกีฬาคนหูหนวกที่ลงทะเบียนฝึกซ้อมจำนวน 21 ประเภท และกำลัง พัฒนากีฬาอีก 5 ประเภท ได้แก่ ฟุตซอล ฟุตบอล แบดมินตัน โบว์ลิ่ง วอลเลย์บอลชายหาด ส่วนที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้แก่ วอลเลย์บอล แบดมินตันและบาสเกตบอล ครั้งนี้ได้จัดส่งนักกีฬาเข้าร่ วมการแข่งขัน ทั้งสิ้น 6 ประเภท คือ โบว์ลิ่ง ชาย 2 คน / แบดมินตัน ชาย 2 คน / เทเบิลเทนนิส ชาย 2 คน / เทควันโด(ต่อสู้) ชาย 1 คน / คาราเต้-โด(ท่ารำ) ชาย 1 คน / กรีฑา ชาย 3 คน รวม 11 คน
ด้านนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) กล่าวว่า กกท.ได้สนับสนุนให้นักกีฬา คนหูหนวกได้เข้าร่วมในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ซึ่งทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะทำงานร่วมกับสหพันธ์คนหูหนวกโลกเพื่อปรับปรุงรูปแบบการแข่งขัน โดยทางกกท.ยินดีให้การสนับสนุนและผลักดัน การแข่งขันกีฬาของสมาคมกีฬาคนหูหนวกอย่างเต็มที่
มหกรรมกีฬาเดฟลิมปิกเกมส์ นั้นเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญเทียบเท่ามหกรรมกีฬาโอลิมปิกและมหกรรมกีฬาพาราลิมปิก โดยมีกำหนดจัดการแข่งขันทุกๆ 4 ปี ตามข้อกำหนดของสมาพันธ์กีฬาคนหูหนวกโลก มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 100 ประเทศ จำนวนนักกีฬาคนหูหนวกและเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร กว่า 3,000 คน และมีการประชาสัมพันธ์ไปยังสื่อต่างๆ ตามมาตรฐานสากลโลก
ทั้งนี้ สมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทยได้พิจารณาคัดเลือกนักกีฬาคนหูหนวกเข้าร่วมการแข่งขันในมหกรรมกีฬาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นในการสร้างผลงานสู่ความเป็นเลิศและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยตามแผนยุทธศาสตร์ของทางสมาคมฯ ที่จะสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับโลกและพัฒนากิจกรรมกีฬาของคนหูหนวกในประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

