ศึกกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ปิดฉากลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมๆ กับการอำลานักเตะผู้ได้ชื่อว่าเป็น “ไอคอน” แห่งยุคสมัย
ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ กองกลางชาวอิตาเลียนวัย 40 ปี ลงสนามนัดสุดท้ายในชุดสีแดงเลือดหมูของทีม โรม่า ในฐานะตัวสำรองในเกมเฉือนชนะ เจนัว 3-2
เป็นเวลา 24 ปี กับ 2 เดือนหลังจาก “เจ้าชายหมาป่า” ลงสนามนัดแรกให้ทีมชุดใหญ่ของโรม่า แต่หากนับย้อนถึงช่วงเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรก็จะยาวนานถึง 28 ปีเต็ม

กว่า 24 ปีในถิ่นสตาดิโอ โอลิมปิโก้ ต๊อตติลงสนามให้ทีมหมาป่าแห่งกรุงโรม 786 นัด ในจำนวนนี้เป็นเกมเซเรียอา 619 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลอันดับ 3 รองจาก เปาโล มัลดินี่ และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน
ต๊อตติยิงประตูให้โรม่าในทุกถ้วย 307 ประตู โดย 250 ประตูเกิดขึ้นในเกมลีก ขาดเพียง 24 ลูกก็จะเทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ ซิลวิโอ ปิโอล่า เคยทำไว้ แต่ถ้านับเฉพาะนักเตะที่อยู่กับสโมสรเดียวในอิตาลีแล้ว ถือเป็นสถิติสูงสุด นอกจากนี้ การทำประตูจากลูกโทษที่จุดโทษ 91 ครั้ง (จากความพยายาม 113 ครั้ง) ก็ถือเป็นสถิติสูงสุดของนักเตะอิตาลีด้วยเช่นกัน
เขายังเป็นเจ้าของสถิติมากมายตลอดเส้นทางการค้าแข้งที่กรุงโรม ทั้งการลงสนามในเซเรียอา 25 ฤดูกาล เป็นสถิติสูงสุดเท่ากับเปาโล มัลดินี่ ตำนานของ เอซี มิลาน และยิงประตูในเกมลีกได้ 23 ฤดูกาลซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดที่ไม่มีใครเทียบได้
เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2014 ต๊อตติทำประตูให้โรม่าในการลงสนามพบ ซีเอสเคเอ มอสโก ขณะอายุได้ 38 ปี ทำสถิตินักเตะอายุมากที่สุดที่ยิงประตูในฟุตบอลถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ด้วยความสามารถเฉพาะตัวอันโดดเด่นจนได้รับการยกย่องจากคนในวงการ โดยเฉพาะตำนานอย่าง เปเล่ และ ดีเอโก้ มาราโดน่า ว่าเขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในยุคสมัยของตัวเอง หลายต่อหลายครั้งที่สโมสรยักษ์ใหญ่ของโลกพยายามทาบทามให้เขาย้ายไปร่วมทีมเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จที่สูงกว่า แต่ต๊อตติก็ยังเลือกจะเล่นให้โรม่าด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า นี่เป็นสโมสรที่เขาและครอบครัวรักและผูกพันมาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งที่ไม่เคยคิดจะทิ้งไปไหน
ด้วยเหตุนี้เกียรติประวัติในระดับสโมสรของเขาจึงไม่มากมายเหมือนกับบรรดาตำนานร่วมยุคหลายคน โดยมีเพียงตำแหน่งแชมป์กัลโช่ เซเรียอา ฤดูกาล 2000-01 และแชมป์โคปปา อิตาเลีย ฤดูกาล 2006-07 กับ 2007-08 เท่านั้น

ขณะที่ผลงานระดับทีมชาติ ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เขาติดธงอัซซูรี่เพียง 58 นัด ยิงไป 9 ประตู โดยหลังจากชั่งใจหลายๆ อย่างแล้ว เจ้าตัวก็ตัดสินใจอำลาทีมชาติหลังร่วมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2006 ขณะอายุเพียง 30 ปี เพื่อจะได้ทุ่มเทให้สโมสรอย่างเต็มที่
25 ฤดูกาลบนเส้นทางลูกหนังอาชีพ ต๊อตติผ่านการเปลี่ยนโค้ชของสโมสรโรม่ามา 17 คน ผ่านการเปลี่ยนประธานาธิบดีของอิตาลีมาถึง 4 ยุค และในหมู่ผู้เล่นเซเรียอายุคปัจจุบัน มีถึง 180 คนที่ยังไม่เกิดตอนที่ต๊อตติประเดิมสนามนัดแรกให้โรม่าเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ปี 1993!

…ในวันสุดท้ายกับสโมสรอันเป็นที่รัก ต๊อตติรู้ดีว่าเขาไม่อาจกล่าวลาแบบสดๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันเต็มล้นได้ จึงร่างจดหมายแทนความรู้สึกทั้งหมด เพื่อขอบคุณครอบครัว เพื่อนร่วมทีม สต๊าฟโค้ช ผู้บริหาร และแฟนๆ ทุกคน
“ตอนเด็กๆ ของเล่นที่ผมชอบที่สุดก็คือลูกฟุตบอล ตอนนี้ก็ยังชอบมันอยู่ แต่บางครั้งเมื่อคนเราเติบโตขึ้น ก็ต้องรู้ว่าถึงเวลาต้องตัดสินใจบางอย่าง
“ทุกวันนี้ผมยังจำช่วงเวลาย้อนไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนปี 2001 ได้ดี ช่วงเวลาที่ทุกคนใจจดใจจ่อรอให้กรรมการเป่านักหวีดหมดเวลาเพื่อจะได้ฉลองแชมป์กัน
“วันนี้เวลาได้มาสะกิดบ่าผม บอกว่า “ถึงเวลาต้องเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องสลัดกางเกงขาสั้นกับรองเท้าสตั๊ด เลิกสนุกกับการสูดดมกลิ่นหญ้าที่หอมหวน กับแสงแดดไล้ใบหน้าตอนวิ่งพาบอลไปในแดนคู่ต่อสู้ หรือช่วงเวลาที่อะดรีนาลีนหลั่งไหลกับความรู้สึกเป็นสุขที่ได้เฉลิมฉลองเสียที
“หลายเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกเหมือนเด็กที่โดนแม่ปลุกให้ตื่นจากฝันดี แต่นี่เป็นความจริง ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมถอดชุดแข่ง พับมันเก็บให้เรียบร้อย แต่บอกเลยว่าผมยังไม่พร้อมที่จะพูดว่า “พอแค่นี้” เพราะไม่ง่ายเลยที่จะดับไฟลงทั้งๆ อย่างนี้
“ผมโชคดีที่เกิดเป็นชาวโรม และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมของสโมสรแห่งนี้ แม้ว่าหลังจากนี้ผมจะไม่สามารถทำให้ทุกคนมีความสุขด้วยสองเท้าของผมแล้ว แต่หัวใจจะยังคงอยู่กับทุกคนเสมอ
“หลังจากนี้ ผมจะเดินลงบันได กลับเข้าห้องแต่งตัวซึ่งเคยต้อนรับผมในฐานะเด็กชาย แล้วเดินจากไปในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง
“ผมภูมิใจและมีความสุขกับ 28 ปีที่เต็มไปด้วยรัก ณ สถานที่แห่งนี้
“ผมรักคุณ”

