กลับมาอีกครั้งสำหรับแบดมินตันรายการใหญ่ของประเทศไทย “เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น 2017” ที่แข่งทุกครั้งก็มีความสนุกตื่นเต้นให้ติดตามกันกันทุกครั้ง
สำหรับปีนี้กำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม-4 มิถุนายน ที่อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ในชื่อรายการเต็มๆ ว่า แบดมินตันนานาชาติ ระดับกรังด์ปรีซ์โกลด์ “เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น 2017″ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ความน่าสนใจของรายการนี้ในปีนี้ คือ เป็นปีส่งท้ายที่จะจัดในระดับกรังด์ปรีซ์โกลด์ เพราะปีหน้าจะยกระดับไปเป็นรายการระดับซุปเปอร์ซีรีส์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพแบดมินตันระดับนี้
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ความพร้อมของการแข่งขันในปีนี้ ได้มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้เต็มที่ เพราะว่าจะเป็นรายการสำคัญที่จะเป็นการซ้อมใหญ่ ก่อนที่ไทยจะได้เป็นเจ้าภาพรายการใหญ่ 2 รายการในปีหน้า นั่นก็คือโทมัส คัพ และอูเบอร์ คัพ รวมไปถึงรายการระดับซูเปอร์ซีรีส์ด้วย ดังนั้นทั้งด้านเทคนิค, กรรมการ, การจัดการต่างๆ แสง, สี, เสียง, ระบบรักษาความปลอดภัย, การขนส่ง จะต้องดีที่สุด เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทย ที่จะจัดการแข่งขันระดับโลกให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
สำหรับนักตบขนไก่ระดับโลกที่มาแข่งขันในปีนี้ ก็มีซูเปอร์สตาร์มาโชว์ฝีมือกันมากมายเหมือนทุกปี การแข่งขัน 5 ประเภทนักนักตบขนไก่จำนวน 472 คน จาก 23 ประเทศร่วมแข่งขัน

หญิงเดี่ยวมี ไซน่า เนห์วาล จากอินเดีย มือ 9 ของโลกและแชมป์เก่าเมื่อปี 2012 ที่จะต้องมาเจอกับนักแบดชื่อดังของไทยอย่าง “เมย์” รัชนก อินทนนท์ มือ 8 ของโลก แชมป์เก่าปี 2013 และมือวาง 1 ของรายการ “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มือ 13 ของโลก “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มือ 20 ของโลก รวมทั้ง “แน็ต” ณิชชาอร จินดาพล มือ 14 ของโลก
ส่วนชายเดี่ยวยังคงมี “สอง” ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข มือ 11 ของโลก แชมป์เก่าครั้งที่แล้วเป็นตัวชูโรง และยังเป็นมือวาง 1 ของรายการ รวมทั้ง โซนี่ คุนโคโร่ แชมป์เก่าปี 2012 จากอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นมือ 36 ของโลก มาร์ค ซไวเบอร์ มือวาง 2 และมือ 20 ของโลกจากเยอรมนี และ ไซ ปราณีธ มือวาง 3 และมือ 22 ของโลกจากอินเดีย

ด้านประเภทชายคู่ ไทยมีมือดีอย่าง “อาท” บดินทร์ อิสสระ – “ต้นน้ำ” นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร คู่มือ 13 ของโลก ยืนเป็นมือวาง 2 “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – “สกาย” กิตตินุพงษ์ เกตุเรน คู่มือ 23 ของโลก ที่ฟอร์มร้อนแรงในช่วงหลายเดือนหลัง เป็นมือวาง 6 มีโอกาสที่จะพบกับ คิม แอสตรุป – แอนเดอร์ส รามุสเซ่น คู่มือ 9 ของโลกจากเดนมาร์กซึ่งเป็นมือวาง 1 ของรายการ แถมยังมีคู่แข่งในอาเซียนอย่าง ฟาจาร์ อัลเฟียน – มูฮัมหมัด อาร์เดียนโต้ มือ 18 ของโลกจากอินโดนีเซียที่เป็นกระดูกชิ้นโตด้วย

หญิงคู่ ต้องตกให้คู่มือดีของไทยอย่าง “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย – “เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล คู่มือ 10 ของโลกเป็นตัวเต็ง ยืนเป็นมือวาง 1 และยังมี “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล – “วิว” รวินดา ประจงใจ มือ 11 ของโลกเป็นคู่มือวาง 2 ต้องลุ้นเอาชนะลิม ยิน ลู คู่มือวาง 3 ของรายการและมือ 22 ของโลกจากมาเลเซีย เซเตียน่า มาปาซา – กรอนย่า โซเมอร์วิลล์ คู่มือ 24 ของโลกจากออสเตรเลียที่เป็นมือวาง 4
ปิดท้ายที่คู่ผสม ทรัพย์สิรีและเดชาพล คู่มือ 9 ของโลก และมือวาง 1 ของรายการที่ผลงานดีอย่างมากในปีนี้มีลุ้นแชมป์เพิ่มอีกรายการ แต่ต้องเจอกับคู่ของไทยอีกหลายคู่ อาทิ ภาคิน คุณาอนุวิทย์ – ขวัญชนก สุดใจประภารัตน์, บดินทร์ อิสสระ – สาวิตรี อมิตรพ่าย, สุภัค จอมเกาะ – ศุภิสรา แพรวสามพราน เป็นต้น
คุณหญิงปัทมากล่าวอีกว่า ปีที่แล้ว นักแบดไทยคว้าแชมป์มาได้ 2 ประเภท คือ ชายเดี่ยวจากทนงศักดิ์ และหญิงคู่จากทรัพย์สิรี- พุธิตา ซึ่งปีนี้นักแบดไทยเป็นมือวาง 1 ถึง 4 ประเภททำให้มั่นใจว่าจะคว้าแชมป์ได้ไม่ต่ำกว่าเมื่อปีที่แล้ว
ด้าน วีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานเอ็นเทอร์ไพรส์ แบรนด์ แมนเนจเมนต์ เอสซีจี กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้จะช่วยสร้างความสุขให้กับคนดู และหวังว่านักกีฬาไทยจะผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ได้โอกาสในการแสดงศักยภาพของนักกีฬาไทยให้กับนานาชาติได้เห็น ส่วนการจัดการแข่งขันนั้นครั้งนี้ถือเป็นการซ้อมใหญ่ ก็ต้องดูจากการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระดับการแข่งขันต่อไป
ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ รอบคัดเลือก(30 พฤษภาคม) 50 บาท รอบแรก(31 พฤษภาคม) 100 บาท รอบสองและรอบก่อนรองชนะเลิศ 200 บาท รอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ 200, 400 บาท วีไอพี 2,000 บาท หรือสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง 3 เอสดี ช่อง 28 และทรูสปอร์ต 7

