สหพันธ์ตะกร้อโลก แจ้งข้อกล่าวหา 5 นักกีฬาไทย-โค้ช-ผจก. งดร่วมกิจกรรมจนกว่าจะมีคำตัดสิน
สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ออกหนังสือแจ้งดำเนินการทางวินัย เลขที่ ISTAF/DC/2026-010 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2569 5 นักกีฬา 2 สต๊าฟโค้ช และ 1 ผู้จัดการทีมเซปักตะกร้อทีมชาติไทย จากกรณีเหตุการณ์ถอนตัวจากการแข่งขัน (Walkout) ในรอบชิงชนะเลิศประเภททีมชุดชาย การแข่งขัน TM ISTAF Sepaktakraw World Cup Kuala Lumpur 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ISTAF มีหนังสือแจ้งมาแบบรายบุคคลรวม 8 ฉบับ โดยรายชื่อผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ประกอบด้วย อวยชัย ศรีสุวรรณ ผู้จัดการทีม, สหชาติ สาครเจริญ, นฤชิต กาฬจันทร์ 2 ผู้ฝึกสอน รวมถึงนักกีฬาทีมชุดที่ 3 ประกอบด้วย วิชาญ เต็มโคตร (ตัวจริง), จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน (ตัวจริง), ภูตะวัน โสภา (ตัวจริง), สิทธิพงศ์ คำจันทร์ (สำรอง ลงเล่น) และ จตุพล ศิริอาจ (สำรอง ไม่ได้ลงเล่น)
ในหนังสือระบุว่า ISTAF ได้เริ่มกระบวนการทางวินัยตามมาตรา 17 ของธรรมนูญสหพันธ์ จากข้อกล่าวหาว่ามีการละเมิด กฎข้อ 15.3 ของกติกาการแข่งขันเซปักตะกร้อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการแข่งขันอย่างราบรื่น
ตามหนังสือแจ้งดำเนินการทางวินัย ของ ISTAF ระบุว่า นักกีฬาทีมชุดที่ 3 ของทีมชาติไทย ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่และนักกีฬาคนอื่นๆ ของทีมชาติไทย ตัดสินใจปฏิเสธการลงแข่งขันต่อ หลังจากฝ่ายจัดการแข่งขันเรียกทีมชุดที่ 3 ลงสนามในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ISTAF ระบุว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศไม่สามารถดำเนินต่อได้ตามกำหนด กระทบต่อโปรแกรมการแข่งขัน การถ่ายทอดสดระหว่างประเทศ และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกีฬาตะกร้อ
พร้อมกันนี้ ISTAF ยืนยันว่า กระบวนการสอบสวนทางทางวินัยครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า “ผู้ถูกกล่าวหา” ทั้ง 8 คน มีความผิดไปแล้วแต่อย่างใด โดยคณะกรรมการวินัยจะเป็นผู้พิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยรายงานเหตุการณ์จากฝ่ายจัดการแข่งขัน รายงานของสหพันธ์ตะกร้อมาเลเซีย บันทึกการแข่งขัน ภาพวิดีโอถ่ายทอดสด และคำให้การของพยานที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนี้ “ผู้ถูกกล่าวหา” ทั้ง 8 คน มีสิทธิยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือ รวมถึงสามารถขอเข้ารับการพิจารณาต่อหน้าคณะกรรมการวินัยได้ หากไม่ส่งคำชี้แจงภายในกำหนด คณะกรรมการสามารถพิจารณาคดีจากข้อมูลที่มีอยู่ได้ ซึ่งอาจส่งผลให้คณะกรรมการวินัยตัดสินว่า มีความผิดจริง และบทลงโทษอาจมีตั้งแต่ การตักเตือน, การพักการแข่งขัน,การปรับเงิน การตัดสิทธิ์ หรือการห้ามเกี่ยวข้องกับกีฬาตะกร้อตลอดชีวิต
อย่างไรก็ดี ISTAF ยังมีคำสั่งให้ “ผู้ถูกกล่าวหา” ทั้งหมด ระงับการเข้าร่วมการแข่งขันและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาตะกร้อเป็นการชั่วคราว จนกว่ากระบวนการพิจารณาทางวินัยจะเสร็จสิ้น โดยยังมีสิทธิอุทธรณ์คำตัดสินต่อคณะกรรมการบริหาร ISTAF ภายใน 7 วันทำการหลังได้รับแจ้งผลการพิจารณา

