พายุทำดีเลย์ 2 ชั่วโมง! เอ็มบัปเป้ ซัดเบิลพาฝรั่งเศส ถล่ม อิรัก 3-0 ทะลุน็อกเอาต์
“ตราไก่” ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 2 สมัย การันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ หลังไล่ถล่มเอาชนะ อิรัก 3-0 คว้าชัย 2 นัดรวด ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มไอ นัดที่ 2 ที่สนามลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 มิถุนายน
สำหรับผลงานนัดแรกที่ผ่านมา ฝรั่งเศส เอาชนะ เซเนกัล 3-1 ขณะที่ อิรัก แพ้ให้กับ นอร์เวย์ 1-4 ทำให้นัดนี้หากทัพตราไก่สามารถเอาชนะได้จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไปทันที ส่วนทางด้านของอิรักจะต้องไม่แพ้เพื่อลุ้นโอกาสในการเข้ารอบต่อไป
ฝรั่งเศส ของกุนซือ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ จัดทัพผู้เล่นตัวจริงชุดใหญ่ลงสนามนำโดย คิเลียง เอ็มบัปเป้ กองหน้าตัวเป้า โดยประสานงานในแนวรุกร่วมกับ ไมเคิล โอลิเซ่, อุสมาน เดมเบเล่ และแบรดลีย์ บาร์โคล่า ขณะที่แดนกลางมี อาเดรียง ราบิโอต์ และมานู โคเน่
ขณะที่อิรัก ภายใต้การคุมทีมของ เกรแฮม เจมส์ อาร์โนลด์ กุนซือชาวออสเตรเลีย จัดทีมตัวจริง โดยมี อาห์เหม็ด บาซิล เป็นผู้รักษาประตู ส่วนกองกลางมี อามีร์ อัลอัมมารี, ซาอิด อิสมาเอล และซีดาน อิคบาล ส่วนกองหน้าเป็น อัยเมน ฮุสเซน
เกมครึ่งแรกนาทีที่ 14 ฝรั่งเศสพังประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จาก คิเลียง เอ็มบัปเป้ ฉลองการลงสนามนัดที่ 100 ให้กับทัพตราไก่ ด้วยการยิงประตูที่ 3 ของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ และเป็นประตูที่ 15 ของเอ็มบัปเป้ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย พร้อมรั้งอันดับ 3 ดาวซัลโวตลอดกาลร่วมกับ โรนัลโด้ อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล ก่อนหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
อย่างไรก็ตาม ได้มีพายุฝนพัดถล่มระหน่ำลงมาอย่างหนัก ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย และมีฟ้าผ่าใกล้บริเวณสนาม ทำให้การแข่งขันต้องถูกดีเลย์ออกไปจากกำหนดเดิม เนื่องด้วยสาเหตุเรื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขัน และต้องอพยพแฟนบอลไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงก่อนกลับมาแข่งขันต่อได้ในช่วงครึ่งหลัง
จากนั้นกลับมาแข่งขันต่อในครึ่งหลังนาทีที่ 54 ฝรั่งเศสขยับสกอร์หนีเป็น 2-0 จากความผิดพลาดในการจ่ายบอลจากแดนกลังของกองหลังกับผู้รักษาประตูอิรัก และเป็น อุสมาน เดมเบเล่ ฉกบอลได้แล้วไหลให้ คิเลียง เอ็มบัปเป้ ยิงเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 4 ในทัวร์นาเมนต์ รวมทั้งเป็นประตูที่ 16 ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ทะยานขึ้นรั้งอันดับ 2 ดาวซัลโวตลอดกาลร่วมกับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมนี ตามหลังดาวซัลโวสูงสุดอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ อยู่เพียง 2 ประตูเท่านั้น
จากนั้นนาทีที่ 60 อิรักเปลี่ยนแนวรับตัวสำรองโดยส่ง เรบิน ซูลาก้า กองหลังจากสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ในไทยลีก ลงมาเล่นแทน ฮาอิด ทาห์ซีน พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักฟุตบอลที่กำลังค้าแข้งอยู่ในไทยลีกคนแรก ที่ได้ลงสนามในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกด้วย
นาทีที่ 66 ฝรั่งเศสเดินหน้าถล่มประตูที่ 3 จากจังหวะที่ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ แทงบอลทะลุช่องให้กับ อุสมาน เดมเบเล่ หลุดเข้าไปซัดด้วยเท้าขวาเต็มข้อตุงตาข่าย พร้อมกับเป็นประแรกของเดมเบเล่ในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จากการลงเล่นในครั้งนี้เป็นสมัยที่ 3 แล้ว
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีเวลาเพิ่มเติม จบเกม ฝรั่งเศส ถล่มเอาชนะ อิรัก 3-0 คว้าเพิ่ม 3 แต้ม ทำให้หลังลงเตะ 2 นัด คว้าชัย 2 นัดรวด เก็บ 6 แต้มเต็ม รั้งอันดับ 1 ของกลุ่ม พร้อมการันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วน อิรัก พ่ายรวด 2 นัด ยังไม่มีแต้ม เป็นอันดับที่ 4 ของกลุ่ม
สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายของกลุ่มไอ จะลงเตะพร้อมกัน 2 คู่ในวันที่ 27 มิถุนายน เวลา 02.00 น. โดย ฝรั่งเศส จะพบกับ นอร์เวย์ ขณะที่ อิรัก จะพบกับ เซเนกัล



